มติกกต.ประเดิมแจกใบส้มสุรพลพท.เขต8เชียงใหม่

กกต. มีมติ แจกใบส้ม "สุรพล เกียรติไชยากร" เขต 8 เชียงใหม่เพื่อไทย ระงับสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง1ปี พร้อมดำเนินคดีอาญา

นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวถึงมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่า ได้พิจารณาเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 กรณีมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของนายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ซึ่งเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ว่าได้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองโดย กกต.มีมติสั่งให้ระงับสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของนายสุรพล เกียรติไชยากรไว้เป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลา 1 ปี และให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งของนายสุรพล อีกทั้งดำเนินคดีอาญาแก่นายสุรพล ด้วย

นอกจากนี้ กกต. ได้สั่งยกเลิกการเลือกตั้ง พร้อมทั้งให้มีจัดการเลือกตั้ง ส.ส. จ.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ใหม่อีกครั้ง
ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันที่ 9 พฤษภาคม ที่จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดย กกต. จะต้องมีการหารือกันอีกครั้งเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งในการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ให้ใช้บัญชีผู้สมัครเดิม โดยไม่มีการเปิดรับสมัครใหม่ และพรรคเพื่อไทยไม่มีสิทธิ์ในการส่งผู้สมัครใหม่ด้วย

ทั้งนี้ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ว่าเป็นการบริจาคให้วัด ทำบุญตามประเพณีหรือไม่ และ กกต. ได้มีมติออกมาแล้ว

นอกจากนี้ นายแสวง  กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโฆษะนั้น ยืนยันว่า สำนักงาน กกต. กำลังเดินหน้าจัดทำคำชี้แจงเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามกรอบที่ผู้ตรวจการฯ กำหนดคือภายใน 7 วัน

ส่วนการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปมถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด นั้น เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะดำเนินการตรวจสอบทั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ อยู่แล้ว ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น ซึ่งถือว่านายธนาธร ยังไม่มีความผิด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นายธนาธรเข้ามาชี้แจงหลังจากมีผู้ร้องเรียนเข้ามา แต่หากพบว่านายธนาธรไม่มีความผิดก็สามารถพ้นข้อกล่าวหาได้ แต่หากพบว่ามีความผิดจริง กกต. ก็ต้องพิจารณาในข้อกฎหมายว่าเข้ากฎหมายข้อใด จากนั้นก็จะพิจารณาได้ว่าจะส่งศาลฎีกาตัดสินอีกครั้งหนึ่ง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close