“ธนาธร”เอฟเฟคสะเทือนขั้วปชต.

ในห้วงเวลาของความไม่ชัดเจนตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะตัวเลขของ 2 ขั้วยังไม่นิ่ง ทำให้ความน่าสนใจจึงไปตกอยู่กับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญโดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับบุคคลสำคัญระดับแกนนำพรรคอนาคตใหม่

ณ เวลานี้ชื่อของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะตกเป็นเป้ามาโดยตลอด หลังวันเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งเรื่องหุ้นสื่อ คดีความกับ คสช. และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า กระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเกมสกัดอนาคตใหม่ของ “ธนาธร” หรือเป็นเพราะความสะเพร่า ผิดพลาดจนเกิดช่องโหว่ ทำให้เกิดการตรวจสอบตามมากันแน่ ซึ่งทั้งหมดก็คงยังไม่สามารถตอบได้ว่า เกิดจากอะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจต่อมา หากเกิดอุบัติเหตุกับ “ธนาธร” จากเรื่องหุ้นสื่อ “อนาคตใหม่” ที่เป็นแกนนำร่วมกับเพื่อไทย ประกาศตั้งขั้วฝ่ายประชาธิปไตย จัดตั้งรัฐบาลนั้น จะยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ก็ยากที่จะคาดเดา

ประเด็นหุ้นสื่อนี้ ของ “ธนาธร” นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ ก็ยืนยันแบบนี้มาตลอด และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า รัฐธรรมนูญระบุไว้ หากเป็นกรรมการบริหารพรรค ตั้งใจหรือจงใจกระทำความผิดนั้น อาจจะทำให้มีโทษหนักถึงขั้นยุบพรรคได้ ซึ่งในกรณีนี้ อดีต กรธ.ให้ความเห็นไว้ว่า “คดีหุ้นสื่อ” เป็นเรื่องส่วนบุคคลก็จริง แต่ก็ต้องพิสูจน์กันก่อนว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดว่าตั้งใจหรือจงใจหรือไม่ เพราะในชั้นนี้ กฏหมายไม่ได้ห้ามหัวหน้าพรรค หรือ กรรมการบริหารพรรคถือหุ้นสื่อ แต่ห้ามบุคคลที่จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ถือหุ้นสื่อเท่านั้น จึงต้องพิสูจน์กันให้ได้ว่า “ธนาธร” โอนหุ้นสื่อกันในห้วงเวลาใดกันแน่ ก่อนที่ตัวเองสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่

ดังนั้นหลังจากนี้ คงต้องติดตามกันต่อว่า กกต. ที่กำลังไต่สวนตรวจสอบประเด็นโอนหุ้นสื่อของ “ธนาธร” จะมีมติออกมาในรูปแบบใด ซึ่งแน่นอนทางออกคงมีแค่ ยกคำร้อง หรือมีมติว่า ขาดคุณสมบัติ เท่านั้น ส่วนจะขยายผลเป็นอื่นอีกหร่อไม่ คงต้องรอลุ้นกันอีกที และคำตอบทั้ง 2 ทางนั้น ก็จะส่งผลต่อทิศทางของการเมืองไทย ไม่น้อยเช่นกัน เพราะหาก พรรคอันดับ 3 ที่จะได้เข้าสภาไม่น้อยกว่า 80 ที่นั่ง โดยที่หัวหน้าพรรคถูกตัดสิทธิ์ ลูกพรรคจะยังเหนียวแน่นหรือไม่ เพราะจะหวังกับ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ชี้นำ ก็อาจได้ไม่เต็มที่ เพราะลำพัง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ก็กลายเป็นเป้าโดนเล่นงานไม่น้อยไปกว่า “ธนาธร” เลยเช่นกัน

จะว่าไปแล้ว การพิจารณาไต่สวนของสำนักงาน กกต. รวมถึงการตัดสินใจของ 7 กกต. ต่อเรื่องหุ้นสื่อในครั้งนี้ อาจกลายเป็นหัวใจสำคัญของอนาคตทางการเมือง ที่จะเดินต่อไปหลังจากนี้ก็ได้ …..

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close