เล่นงาน2แกนนำสกัดอนค.ใหม่สลายขั้วปชต.

ในจังหวะที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ การจับขั้วทางการเมือง เพื่อตั้งรัฐบาลยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะตัวเลขอาจจะเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก ทั้ง 2 ฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเรื่องร้องเรียน

จากสถานการณ์การเมือง ที่ค่อนข้างคลุมเครือ ไม่ชัดเจน เพราะมีการถกเถียงกันในเรื่องกติกา แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งของ การเมือง ก็มีการขับเคลื่อนในเรื่องของกฏหมายควบคู่กันไปด้วย และเป้าหมายที่สำคัญ ดูเหมือนจะตกอยู่ที่ “อนาคตใหม่” ของ 2 หนุ่มไฟแรง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ซึ่งมองเผินๆ เหมือนแค่เป็นการสกัด หรือเตะตัดขาทั้ง 2 คน ไม่ให้เข้าสภา เพราะมีการนำเอาเรื่องเก่าในอดีต มาเล่นใหม่ แต่เล่นด้วยข้อหาที่รุนแรง “ธนาธร” โดน ม.116 ยุยงปลุกปั่น ขณะ ที่ “ปิยบุตร” ม.112 แม้จะยังไม่เห็นผลในเร็ววัน หรือสกัดอะไรไม่ได้ เพราะคดีเหล่านี้ เพราะเรื่องส่วนบุคคล และคงไม่จบภายใน 30 วันนี้ ก่อนที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการแน่ ข้อหาเหล่านี้ จึงกลายเป็นเพียงเรื่องรบกวนใจ 2 หนุ่มเพียงเล็กๆ น้อยเท่านั้น แต่ก็คงทำให้ทั้ง 2 คนอึดอัด เคลื่อนไหว ทำกิจกรรมการเมืองอื่นๆ ได้ยากมากขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้ลูกพรรคเกิดอาการหวั่นไหวได้

แต่ขณะเดียวกัน คดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเลือกตั้ง ของ 2 หนุ่ม “ธนาธร-ปิยบุตร” ที่มีการร้องเรียนอยู่ที่ กกต. ก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องหุ้นสื่อของ “ธนาธร” ที่มีการตั้งอนุไต่สวนมาดูแลแล้ว ซึ่งคดีนี้ อยู่ที่ดุลพินิจของ กกต.เต็มๆ ไม่ต้องส่งศาลไหนดูแล ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้ “ธนาธร” หมดโอกาสเดินเข้าสภา ส่วนจะหมดโอกาสแค่คนเดียวหรือ จะพากันตายหมู่ ก็ขึ้นอยู่กับวินิจฉัยของ กกต. อีกนั่นแหละ เพราะต้องไม่ลืมว่า “ธนาธร” คือหัวหน้าพรรค เป็นคนลงนามรับรองเอกสารส่งตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมดของพรรค หากหัวหน้าขาดคุณสมบัติ เอกสารต่างๆ ที่ส่งต่อ กกต. ในการสมัคร จะเป็นโมฆะทั้งหมดหรือไม่

นอกจากคดีหุ้นแล้ว อีกคดีที่อยู่ในมือ กกต. คือเรื่องที่ร้องเรียน ทั้ง “ธนาธร และ ปิยบุตร” ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งว่า มีแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ซึ่งอาจเข้าข่าย มาตรา 92 อาจมีโทษรุนแรง คล้ายกับกรณีของ “ไทยรักษาชาติ” ด้วย ซึ่งนับเป็นอีก 1 เรื่องที่ต้องติดตาม ว่าจะทำให้ อนาคตใหม่ จะได้มี ส.ส. เข้าสภาได้หรือไม่ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมด ทั้งมวล ที่ยกมานี้ คือการขับเคลื่อนทางกฏหมาย ที่ดูแล้วเหมือนเป็นแค่การสกัด “ธนาธร และ ปิยบุตร” เข้าสภา แต่ผลของการสกัดนั้น เหมือนจะมีการขยายวงไปไกล ที่จะทำให้ “อนาคตใหม่” หมดสิ้นอนาคตทางการเมืองกันเลยทีเดียว และที่สำคัญที่สุด หากไม่มีอนาคตใหม่เข้าสภา ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผลที่ตามมาอย่างแรก คือ ขั้วฝ่ายประชาธิปไตย ก็จะหายไปทันที 88 เสียง หรืออาจะมีผลร้ายหนักกว่านั้น เพราะอาจทำให้ กกต. รับรอง การเลือกตั้ง ร้อยละ 95 ไม่ได้ ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ ก็อาจทำให้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมา จะไร้ผล คสช. ได้อยู่ต่อ แบบไร้ข้อโต้แย้ง จนกว่าจะมีการประกาศวันเลือกตั้งกันใหม่ทีเดียว ….

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close