นายกฯชูโมเดลถ้ำหลวงร่วมมือแก้หมอกควัน-ย้ำต้องดีขึ้นใน7วัน

นายกฯ ประชุม 9 ผู้ว่าฯภาคเหนือ กำชับเร่งแก้หมอกควัน ฝุ่นละออง ยันรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอุปกรณ์และงบประมาณอย่างเต็มที่ บูรณาการทุกหน่วยเหมือน"ถ้ำหลวง" ย้ำต้องดีขึ้นใน 7วัน

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ประชุมร่วมกับ 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ ( จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และผู้ว่าราชการจังหวัดตาก) ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรประชาชน และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือ

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝุ่นละอองเล็กเกินค่ามาตรฐาน พร้อมกล่าวว่าในฐานะรัฐบาลช่วงที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เหล่าทัพ กอ.รมน. ทำงานร่วมกับส่วนราชการท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอุปกรณ์และงบประมาณในการดำเนินการ ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหาในทุกมิติ รวมถึงสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ ภายหลังการรับฟังแนวทางการปฎิบัติงาน ปัญหา อุปสรรคการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ นายกรัฐมนตรี กล่าวฝากให้ภาคเอกชน นักวิชาการ รวมถึงครู อาจารย์ ช่วยกันสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน และนักเรียน นักศึกษา พร้อมกับขอให้ช่วยกันระดมสร้างความดีให้กับประเทศชาติ โดยการจัดกิจกรรมออกค่ายอาสาให้เห็นข้อปัญหาข้อเท็จจริง เพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง รวมถึงช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจ เพราะปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่การขาดความเข้าใจและขาดความร่วมมือของทุกคน

ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐขอให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ยกตัวอย่างการทำงานถ้ำหลวงเป็นแบบอย่างการทำงานที่ดี พร้อมกับมอบหมายให้ผู้ว่าราชการมีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบการทำงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่ยังเกิดปัญหา หากไม่มีการแก้ไขให้ลงโทษ และปลดออกตามลำดับ รวมถึงให้ทำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันให้เห็นถึงความเคลื่อนไหว เสนอตามสายงาน และส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบต่อไป

ส่วนการทำงานในพื้นที่ขอให้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งอาสาสมัครลงพื้นที่เข้าไปยังจุด hot spot แก้ไขปัญหาให้ได้อย่างทันถ่วงที จัดเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนไม่ให้ขยายพื้นที่ออกไป ทั้งนี้ การทำงานต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ระมัดระวังไม่ให้เกิดความสูญเสีย โดยในระยะสั้นนายกรัฐมนตรีได้กำชับจังหวัดและกองทัพในพื้นที่ เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ จัดพื้นที่เซฟตี้โซนสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็กและผู้สูงอายุ ให้มีการตรวจและการปราบปรามการลักลอบเผาป่าและจับกุมผู้กระทำความผิด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

นายกฯย้ำแก้หมอกควันต้องดีขึ้นใน7วัน

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ ที่หอประชุมอเนกประสงค์ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาทางในระยะแรกหรือระยะเร่งด่วน คือการเน้นลดจุดเผาไหม้หรือจุด Hotspot ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดวันนี้มีจุดเผามากกว่า 3,000 และลดลงแล้วเหลือ 1,900 ขณะที่แผนการป้องกันและแก้ปัญหาระยะกลางจะอยู่ที่ 1-2 ปี นอกจากนี้ยังวางแผนการแก้ปัญหาในระยะยาวคือ 5 ปีขึ้นไป ย้ำว่า การบูรณาการการแก้ปัญหาจะต้องทำให้สถานการณ์ดีขึ้นภายใน 7 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำให้ปัญหาหมดไปได้ภายใน 7 วันเพราะต้องยอมรับว่าปัญหานี้ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการจุดไฟเผาป่าเป็นส่วนใหญ่ และยังมีปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจกับประชาชน ที่จุดไฟเผาพื้นที่ทางการเกษตร พร้อมกันนี้ย้ำว่ารัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและมีการจับกุมไปแล้วในหลายกรณีแต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็คำนึงถึงผู้ที่มีผลกระทบทุกส่วนด้วย โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่และดีที่สุดเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การนำคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ เนื่องจากยังไม่พอใจผลของการทำงานเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ แต่ไม่ใช่ไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะรู้ว่าทุกฝ่ายได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งวันนี้ค่าของฝุ่นละอองก็มีการปรับขึ้นลงตามสถานการณ์ และจุดที่เกิดการเผาไหม้

ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลกลุ่มของเด็กและผู้สูงอายุซึ่งมีความอ่อนไหวต่อปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น พร้อมกับยำว่าภาครัฐได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองให้กับประชาชนแล้วเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ถึง 1,700,000 ชิ้น

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close