สารพัดวิชามารโกงเลือกตั้ง108เล่มเกวียน

คำว่า “วิชามาร” สำหรับการเลือกตั้ง มักปรากฏขึ้นมาทุกครั้ง และแต่ละครั้ง ล้วนมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ตามยุคตามสมัย เพื่อให้ฝ่ายตนเอง เป็นฝ่ายมีชัยในสมรภูมิเลือกตั้ง โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้าย รวมถึง ที่เรียกกันว่า “คืนหมาหอน”

ในอดีต วิชามาร ที่มักนำมาใช้กันในการเลือกตั้ง คือการซื้อเสียง ซึ่งมักกระทำกันในรูปแบบต่างๆ ตามความถนัด และโอกาสจะเอื้ออำนวย ทั้งการให้เป็นสิ่งของ เป็นเงิน เป็นจัดงานเลี้ยงรื่นเริง มหรสพ ต่างๆ สุดแต่ใครจะเลือก ใครจะทำ แต่เมื่อช่วงหลัง มีกฏหมายที่เข้มงวด รัดกุม และโทษที่รุนแรงขึ้น รวมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็มีเครื่องมือในการดำเนินการตรวจสอบมากขึ้น วิชามาร รูปแบบเหล่านี้ ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เพราะอาจจะโฉ่งฉ่าง ล่อแหลม ต่อการถูกจับได้ หรือถูกตรวจสอบพบ และถูกดำเนินคดี กลายเป็นใบแดง ได้ไม่คุ้มเสีย แต่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีเลย เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามสมัยนิยม เป็นการซื้อเสียงเชิงนโยบายแทน ซึ่งมักพบในฝ่ายรัฐ ที่กุมความได้เปรียบมาแต่ต้น รวมถึงยุคนี้ เป็นยุค 4.0 ก็อาจจะมีการซื้อเสียงรูปแบบใหม่ผ่านกันทางระบบออนไลน์ต่างๆ ด้วย

อีกหนึ่งประเภทวิชามาร ที่มักใช้กัน คือการดิสเครดิต ฝ่ายตรงข้าม ทำลายฝ่ายตรงข้าม ให้ดูแย่ในสายตาประชาชน ในอดีต อาจใช้เป็นบัตรสนเท่ห์ หรือใบปลิว โจมตี ใส่ร้ายป้ายสีกัน แต่ในปัจจุบัน เมื่อโลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยี ก้าวหน้าขึ้น ก็เปลี่ยนมาเป็นการโฆษณาชวนเชื่อกันผ่านสื่อต่างๆ ทั้งแบบเปิดเผย และไม่เปิดเผย เช่นการทำเอกสารปลอม หรือ สิ่งของต่างๆ
ที่เป็นเท็จ เพื่อใช้เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ที่เป็นของยอดฮิต และเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน เป็นต้น และสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่เห็นชัดๆ หมาด ก็คือเอกสาร ไอโอ ของกองทัพภาค 1 ซึ่งไม่ว่า ใครเป็นคนทำ และเป็นของจริงหรือไม่ แต่รัฐบาล และพรรคพลังประชารัฐ รวมถึง กองทัพ ก็ตกเป็นจำเลยทันที, หรือแม้แต่คลิปเสียง “ธนาธร-ทักษิณ” และการประดิษฐ์วาทกรรม ต่างๆ เช่นของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นำมาหาเสียง “อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ” มาโจมตีกัน หรือบิดเบือนใส่ร้ายกัน ก็ล้วนเข้าข่ายเป็นวิชามาร ในขั้นดิสเครดิตทั้งสิ้น

นอกจากนี้ เลือกตั้งยุค 4.0 ยังมีอีกวิชามารอีกขั้น ที่มีการนำออกมาใช้ คือการสร้างความกลัว สร้างความวิตกกังวล ให้กับประชาชน ต่อผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น หากไม่เลือกฝ่ายตนเองซึ่งตัวอย่างชัดเจนมาก จาก พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่อ้างว่าหากไม่เลือกฝ่ายลุงตู่ ความขัดแย้ง ความรุนแรง ก็จะกลับมาอีกในอนาคต หรือจะมีปฏิวัติอีก รวมถึง สโลแกนใหม่
ที่พรรคพลังประชารัฐ นำมาใช้ “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม วิชามารต่างๆ ที่บรรดา นักเลือกตั้ง ทั้งฝ่ายที่ได้เปรียบ หรือ ฝ่ายที่เสียเปรียบ นำมาใช้ ยังมีอีกมากมาย หลายกระบวนท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 1-2 วันก่อนหย่อนบัตร ซึ่งถือเป็นห้วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ การแปรผันของคะแนนเสียง หรือแม้กระทั่งคืนมาหอน ก็ยังต้องจับตา ว่า ใครจะงัดวิชามาร ไม้ตาย อันไหนออกมาใช้อีก เพื่อให้ตัวเอง และพรรคของ
ตัวเองได้เปรียบ และคว้าชัยชนะนั่นเอง ….

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close