“ชัชชาติ”พบผู้ค้าผลไม้-ขอยุติความขัดแย้ง

"ชัชชาติ" พบผู้ค้าผลไม้ตลาดสะพานขาว สะท้อนปัญหาประชาชน ขอยุติความขัดแย้งพร้อมทำงานร่วมกันทุกฝ่ายหลังการเลือกตั้ง ยันไม่ยกเลิกบัตรคนจน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางสาวลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต 1 พระนคร-ป้อมปราบฯ-ดุสิต หมายเลข 9 พูดคุยกับชมรมตลาดผลไม้สะพานขาวสี่แยกมหานาค ผู้รับซื้อและค้าส่งผลไม้ทั่วประเทศ พ่อค้าหลายรายยอมรับว่าการค้าขายจาก 100% ลดลงเหลือ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจระดับฐานรากตกต่ำประชาชนไม่มีกำลังซื้อ พ่อค้าแม่ค้าผลไม้ปลีกจากต่างจังหวัดที่เคยมาซื้อที่ตลาดมหานาคก็ลดลง ประกอบกับการจัดระเบียบที่จอดรถริมถนนและการจัดระเบียบทางเท้าทำให้การจอดรถซื้อขายผลไม้ลดลงอีก ซึ่งพ่อค้าต้องการให้พรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า อันดับแรก ต้องสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพื่อให้เกิดการลงทุน เพราะทุกวันนี้เงินในระบบมีเยอะ แต่คนไม่กล้าลงทุน เพราะไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมทั้งพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก เช่น เกษตรกร ให้ได้ราคาสินค้าที่ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้มีกำลังซื้อ ขณะเดียวกัน ต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศให้น้อยลง แต่พึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากขึ้น พร้อมต้องช่วยเหลือคนตัวเล็กให้มีแหล่งกู้ยืมเงินลงทุนและใช้จ่ายหมุนเวียน ประกอบกับรัฐบาลจะต้องสนับสนุนเทคโนโลยีและให้ความรู้ในการใช้จ่ายเงินลงทุน

ส่วนการจัดระเบียบทางเท้า นายชัชชาติ มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลต้องช่วยประสานกับเอกชน เพื่อหาพื้นที่ให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยขายสินค้าแทนที่เก่า และกำหนดช่วงเวลาค้าขายตามทางเท้า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย น้อมรับฟังและปรับปรุงร่าง พ.รบ.นิรโทษกรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก พร้อมกล่าวว่าอยากให้ทุกคนถอดเสื้อทุกสีแล้ว ใส่เสื้อประเทศไทย หลังการเลือกตั้งหากใครได้เป็นรัฐบาล ตนก็พร้อมที่จะทำงานไปด้วยกัน ทั้งนี้ เมื่อประชาชนถามว่าหากนายชัชชาติ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะแก้ปัญหาได้เป็นเรื่องแรก นายชัชชาติ ตอบว่า จะสร้างความมั่นใจให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้า ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างสามัคคีและยุติความขัดแย้ง ลำดับต่อมาคือการปราบปรามคอรัปชั่นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านทางออนไลน์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ

ส่วนนโยบายดีๆ นายชัชชาติ เห็นว่าควรสานต่อเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เช่น โครงการ EEC และ นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันว่า จะไม่ยกเลิก เนื่องจากภาครัฐได้เตรียมเงินช่วยเหลือไว้แล้ว และเป็นการช่วยเหลือคนจน แต่เรื่องจะเพิ่มเงินช่วยเหลือหรือไม่ต้องศึกษาพิจารณาอย่างละเอียด แต่สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัตรให้ครอบคลุมการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ประชาชนต้องสามารถกดเงินสดเพื่อไปซื้อของเล็กๆน้อยๆในตลาดได้ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบซึ่งเป็นหัวใจของบัตรคนจน และในอนาคตจะต้องรวมบัตรนี้ไว้กับบัตรประชาชนใบเดียว ไม่ต้องพกบัตรคนจนเพราะทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน

ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการช่วยเหลือเงินให้กับประชาชนที่ยากจน, ผู้สูงอายุ, มารดาและเด็กแรกเกิด นายชัชชาติ เห็นว่าประเทศไทยยังไม่ใช่รัฐสวัสดิการแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากปัจจุบันเก็บภาษีได้เพียงร้อยละ 14-16% ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เก็บภาษีได้มากกว่า 25% ดังนั้น จึงต้องใช้เงินอย่างชาญฉลาด ไม่เน้นการแจกเงินแต่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถาวรวัตถุเพื่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว รวมทั้งนำเงินไปพัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ นายชัชชาติ ยังปฏิเสธว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาไว้ทำโครงการรับจำนำข้าวต่อ แต่จะมีโครงการอื่นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่าไม่อยากให้คนไทยเลือกพรรคเพื่อไทยเพราะสัญญาว่าจะให้ราคาสินค้าดี แต่อยากให้เลือกพรรคเพื่อไทยเพราะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยมองเห็นปัญหา มองเห็นอนาคต และมีผู้บริหารมืออาชีพที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close