นายกฯไม่กดดันแคนดิเดตไม่ยุ่งปมทษช.-จัดTVต่อ

นายกรัฐมนตรี ย้ำไม่กดดันเป็นแคนดิเดต พปชร. ไม่แสดงความคิดเห็นเรื่อง ไทยรักษาชาติ ยันจะปฏิบัติตามระเบียบ กกต. ทุกข้อ อย่าโยงงานรัฐบาลเป็นหาเสียง ปัดได้เปรียบจัดคืนความสุข ย้ำไม่ได้พูดการเมือง แจงแค่ผลงานเท่านั้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่ถูกเสนอรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บัญชีรายชื่อว่ารู้สึกกดดันหรือไม่นั้น ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกกดดัน เพราะทุกวันทำงานเต็มที่อยู่แล้ว ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ส่วนเรื่องของการเมืองให้พรรคการเมืองดำเนินการไป ส่วนกรณีที่เกิดเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา บุคคลที่เกี่ยวข้องควรออกมารับผิดชอบหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความคิดเห็น เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ สำหรับการวางตัวและบทบาทในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังจากนี้นั้น ตนเองจะระมัดระวังให้มากที่สุด โดยจะปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์และกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แต่กิจกรรมที่เป็นเรื่องสำคัญของประเทศและเกี่ยวข้องกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีต้องขับเคลื่อนและดำเนินการต่อไป จึงขออย่านำไปเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งเรื่องการเมืองป็นเรื่องของอนาคต รวมถึงการเลือกตั้งที่เป็นเรื่องของอนาคตเช่นเดียวกันว่าจะกำหนดบทบาทของประเทศอย่างไร ดังนั้นประชาชนต้องเรียนรู้ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พรรคพลังประชารัฐ หรือ พปชร. ชูชื่อตนเองในการหาเสียงหลังจากตอบรับเป็นบัญชีนายกรัฐมนตรีแล้วว่า เป็นเรื่องของพรรคดำเนินการ ส่วนที่มีประชาชนมาสอบถามว่ามีโอกาสได้เจอกับตนเองหรือไม่นั้น ทุกวันนี้ก็พบอยู่แล้ว เพราะมาทำงานทุกวันไม่เคยหยุดราชการ จึงขออย่านำทุกอย่างมาเป็นประเด็น และยังมีโอกาสพบประชาชนในหลายโอกาสที่สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนตัวได้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาโดยตลอด ส่วนการ
ร่วมดีเบตกับนักการเมืองในเวทีต่างๆ นั้น เป็นเรื่องของพรรคการเมือง และส่วนตัวต้องพิจารณาว่ากฎหมายสามารถทำได้หรือไม่ได้ และควรหรือไม่ควร

ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากฝากข้อคิดว่าการดีเบตและพูดอะไรก็ตามขออย่าเชื่อหรือฟังคนที่พูดเก่งอย่างเดียว แต่ปฏิบัติไม่ได้ในหลายอย่าง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงวิธีการทำงานก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะมีสภามีกฎหมายใหม่ และ พ.ร.บ.การเงินการคลัง ดังนั้นการให้สิ่งต่างๆ เป็นไปไม่ได้ และภาษีเป็นของคนทุกฝ่ายในประเทศ จึงขอให้มองผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการปล่อยข่าวลือและข่าวลวงจำนวนมากในช่วงสถานการณ์ขณะนี้ว่า ขอให้ทุกคนช่วยติดตาม ซึ่งส่วนตัวไม่อยากไปเกี่ยวข้องมากนัก แต่จะดูแลในเรื่องของกฎหมาย และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยขอร้องให้ทุกฝ่ายอย่าหลงเชื่อทันที แต่ต้องคิดถึงความถูกต้องประเทศชาติให้มาก และต้องมีสติในการรับรู้ข่าวสาร ทั้งนี้ การบิดเบือนจะทำให้
ประเทศเสียหาย ดังนั้นอย่าเผยแพร่ข่าวลือ แต่ควรเผยแพร่ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ว่าวันนี้มีการแก้ไขไปอย่างไรแล้ว เพื่อให้ประชาชนมีหลักคิดที่ถูกต้องและมีเหตุผลในการเลือกตั้ง มากกว่าการเลือกตั้งแบบเดิมๆ ด้วยความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ส่วนตัว จึงต้องทำให้ได้ ส.ส. และรัฐบาลที่ดีมีธรรมภิบาลเข้ามา

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีการมองถึงความเหมาะสมในการจัดรายการคืนความสุขที่มองว่าได้เปรียบคนอื่นว่า วันนี้เนื้อหารายการเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน และไม่ได้เป็นการพูดถึงเรื่องการเมืองและหาเสียงให้ใคร เพราะจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนเรียนรู้ว่าปัญหาต่างๆ ว่าแก้ไขอย่างไร จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาบางเรื่องใช้ปัญหา 4 ปี และไม่ได้แก้ไขปัญหาด้วยคำพูด จึงอยากให้เข้าใจตรงนี้ ดังนั้น เรื่องใดที่จบไปแล้วก็จบไป และอย่าให้มีปัญหาต่อไป เพราะจะมีคนที่โพสต์อยู่ในโซเชียลจำนวนมาก จึงต้องลดความขัดแย้งให้มากที่สุด ในสิ่งที่ไม่ใช่ประเด็นและวาระสำคัญ ขณะเดียวกันขอขอบคุณสื่อมวลทุกสำนัก และขอให้มีการปรับตัว เพราะตนเองก็ปรับตัว ดังนั้นพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกพรรคก็ต้องปรับตัว ไม่ได้หมายความว่าใครทำดีหรือทำไม่ดี แต่ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ส่วนกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. ยื่น กกต. สอบคุณสมบัตินั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มีสาระ

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close