ส่องข้อกม.และหนทาง ทษช.

จากปรากฏการณ์อันลือลั่นของพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มากมายจนถึงวันนี้ ว่ามีความผิดหรือไม่ ความผิดนั้นรุนแรงแค่ไหนต้องถูกยุบพรรคหรือไม่

เดิมที ในวันนั้น ก่อนที่จะมีความชัดเจนด้วยพระราชโองการ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้มีการ ทักท้วงไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว ว่า การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ นั้น อาจเข้าข่าย ความผิด ข้อ 17 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 แต่ก็ยังไม่มีการ พิจารณา เรื่องดังกล่าว อย่างจริงจังเพราะ กกต. นั้น มีเวลา ในการตรวจสอบคุณสมบัติ ต่างๆ ของ ผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ รวมถึงแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี อีก 7 วัน อีกทั้ง พรรคไทยรักษาชาติ ได้มีการแถลงยืนยันว่า ทำได้และถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการเนื่องจากไม่มีบทกฎหมายใดห้ามไว้ และถูกต้องตาม รธน.ไทย พ.ศ.2560 มาตรา 89 ทุกประการ

แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันรวดเร็วมาก เมื่อมีพระราชโองการ ชนิดที่หลายต่อหลายคนอาจจะตั้งตัวไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กกต. ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ให้เกิดความชัดเจน และเป็นไปตามพระราชโองการ จนมาถึงวันนี้ การประชุม กกต. จึงได้มีการหยิบยกคำร้องของ นายไพบูลย์ มาพิจารณา

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูที่ข้อกฏหมาย นอกจากในประเด็นที่ นายไพบูลย์ ยื่นคำร้องไว้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. แล้ว ยังมี อีกข้อที่น่าสนใจ คือ มาตรา 13 วรรคสอง ประกอบมาตรา 14 (2) ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 คือเรื่องคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพราะราชโองการ ระบุชัด ทำให้การเสนอชื่อนั้นของพรรคไทยรักษาชาติขัดรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่ง จากข้อกฏหมาย บ่งชัดว่า พรรคไทยรักษาชาติ สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก ที่จะถูก กกต. วินิจฉัย ว่ามีความผิด แม้จะมีการอ้างถึงประกาศราชกิจจานุเบกษาสละฐานันดรศักดิ์ เมื่อปี พ.ศ.2515 มาหักล้าง

แต่ก็ต้องไม่ลืม มาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ดังนั้น จึงขั้นอยู่กับการวินิจฉัย ของ กกต. ว่าจะกล้าหาญในการใช้อำนาจมากน้อยเพียงใด …

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close