โฆษกรบ.ขอรอศาลชี้รมต.ปมหุ้น-ปัดโยงห้ามพท.ใช้ที่พะเยา

รัฐบาลปัด สั่งการ อบจ.พะเยา ห้ามเพื่อไทยใช้พื้นที่ปราศรัย ยืนยัน 4 รัฐมนตรียินดีเข้ารับการตรวจสอบปมหุ้นเพื่อความโปร่งใส ชี้ยังไม่มีความผิด ทั้ง 4 คน ยังไม่คุยกับนายกฯ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยายกเลิกการขอใช้สถานที่ ในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยว่า ในเรื่องของการใช้พื้นที่ราชการในพื้นที่ส่วนจังหวัดจะต้องมีการขออนุญาตก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้าของพื้นที่ว่าจะอนุญาตหรือไม่ ส่วนที่มีการอนุญาตและยกเลิกในภายหลังนั้น ไม่ทราบว่า ในการขออนุญาตนั้นผู้ขอต้องการดำเนินการในเรื่องใด และเมื่อถึงเวลาได้กระทำการผิดตามวัตถุประสงค์ที่ขอเอาไว้หรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีการสั่งการจากส่วนกลางลงไปในพื้นที่ เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ เพราะเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นผู้กำหนด เชื่อว่าในอนาคต เมื่อพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศใช้ทาง กกต. จะมีการกำหนดพื้นที่ที่ในการหาเสียง ทุกอย่างจะมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ นายพุทธิพงษ์ กล่าวกรณีการถือหุ้นของ 4 รัฐมนตรี ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติในที่ประชุมลับพิจารณา 3 รัฐมนตรีปัจจุบัน ประกอบด้วย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ 1 อดีตรัฐมนตรี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการถือหุ้น สัมปทานของรัฐเข้าข่ายการกระทำขัดแห่งผลประโยชน์ ว่า รัฐบาลพึ่งได้รับทราบเรื่องนี้เมื่อวานนี้ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการส่งเรื่อง
ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอน ซึ่งทั้ง 4 คนก็ยินดีที่จะให้ข้อมูล เช่นเดียวกับกรณีที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เคยถูกร้องเรียนในกรณีเดียวกัน และศาลใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 เดือน ก็ได้ข้อสรุปว่าไม่มีความผิด จึงขอให้รอข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบตามขั้นตอน เพราะขณะนี้ทั้ง 4 คน ยังถือว่าไม่มีความผิด หรือขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ทุกฝ่ายรอความชัดเจนเพราะใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีทั้ง 4 คนยังไม่มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ในเรื่องนี้ เพราะ นายกรัฐมนตรียึดหลักว่าถ้าหากมีการตรวจสอบก็ต้องเข้าสู่การชี้แจงตามกระบวนการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

นายพุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งการให้แต่ละกระทรวงติดตามนโยบายของพรรคการเมือง ว่า เนื่องจากขณะนี้สู่โหมดการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ เปิดนโยบายหาเสียง ซึ่งหลายนโยบายไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติว่าทำได้จริงหรือไม่ นายกฯจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานได้ติดตามนโยบายต่างๆ ที่พรรคการเมืองนำเสนอ เพราะหลายเรื่องพูดถึงการใช้งบประมาณที่มากพอสมควร ซึ่งต้องคำนึงถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ประชาชนมองผิวเผิน แต่ต้องดูว่าปฏิบัติได้จริงหรือไม่ จึงไม่อยากให้ประชาชนสับสน เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ นายกฯ จึงให้แต่ละกระทรวงติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะถ้ามีการบิดเบือนนโยบายของรัฐบาล หรือสิ่งที่รัฐบาลที่ได้ทำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจงทันที

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้หมายถึงนโยบายของพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่ ที่เสนอเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดให้เกษตรกร นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ติดตามนโยบายทุกพรรค ไม่ได้ระบุว่าเป็นพรรคใดเพราะต้องการให้นโยบายต่างๆ นำไปสู่การปฏิบัติจริง ไม่ใช่จับต้องไม่ได้

ส่วนจะถือเป็นการสั่งการให้หน่วยงานรัฐจ้องจับผิดพรรคการเมืองหรือไม่นั้น นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่ใช่จ้องจับผิด หรือตอบโต้ แต่มองในมิติของความมีอยู่จริง ซึ่งทุกพรรคมีสิทธิเสนอนโยบายต่างๆ ได้ แต่ต้องให้ความรู้ประชาชนประกอบด้วยว่าพรรคการเมืองจะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในทุกมิติหรือไม่ ถ้าคิดว่าทำได้ก็ดี

ส่วนกระแสข่าวว่าสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ จะเลือกประเทศไทยในการเจรารอบสอง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการนำเสนอข่าวหนึ่งในต่างประเทศ ซึ่งกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในสองรายชื่อที่มีการนำเสนอ ซึ่งอีกหนึ่งรายชื่อคือ เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้เองก็ยังไม่ได้มีการติดต่อเจราจามาอย่างชัดเจนประเทศไทยเองก็มีความพร้อมในทุกด้าน และต้อนรับทุกประเทศอยู่แล้ว

ข่าวน่าสนใจ

Close