นายกฯยันบัตรคนจนไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง

นายกรัฐมนตรี ย้ำอีกลงพื้นที่ไม่ได้มาหาเสียง มุ่งหวังทำประเทศเดินหน้า ชี้เลือกตั้ง ประชาชนต้องเลือกเอง ไม่ได้รังเกียจใคร ลั่นบัตรคน ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะมาพบประชาชน และเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมร้านค้าชุมชน ณ วัดบางไผ่ พระอารามหลวง ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานสักขีพยานในการมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้พิการจำนวน 20 ราย พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า ทุกคนคงทราบดีว่าการลงพื้นที่ของตนเองวันนี้เป็นการตรวจเยี่ยมตามปกติ และต้องขอบคุณในการต้อนรับของชาวจังหวัดนนทบุรี ซึ่งวันนี้ตนเองมาด้วยใจและได้น้ำใจของทุกคนกลับไป ถือเป็นกำลังใจให้ตนเองได้ทำงานเพื่อทุกคนทำงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เมื่อเช้ารับฟังความเห็นชาวจังหวัดสมุทรปราการที่ได้ส่งเอกสารร้องเรียนปัญหาต่างๆ แต่ส่วนตัวได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแล้ว ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาล ที่ต้องตรวจราชการและรับฟังปัญหาของทุกคนและตนเองทราบดีเพราะเป็นปัญหาที่มีมานาน จึงต้องหาวิธีแก้ไขให้เกิดความยั่งยืน

ขณะที่ บรรยากาศการพบปะประชาชนจังหวัดนนทบุรี เป็นไปด้วยความคึกคัก มีข้าราชการ ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนมารอให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรี จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีนายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้อนนี้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐแล้ว มาร่วมให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีด้วย โดยนั่งบริเวณด้านหน้าของเวทีแต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างพบประชาชน ณ วัดบางไผ่ พระอารามหลวง ว่า ทุกคนฟังตนเองพูดมาเยอะแล้ว แต่ยืนยันว่าการลงพื้นที่ของตนเองวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อการเมืองหรือมาเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น แต่มาในนามของรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนและทำความเข้าใจกับทุกคนว่าจะทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร ซึ่งเจตนารมของรัฐบาลที่เข้ามาทำงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทุกคนอาจจะมองว่านานและเบื่อ แต่ใช้เวลานานขนาดนี้ ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พร้อมถามประชาชนว่า ใครคนเป็นเลือกรัฐบาลหน้า ตนเองใช่หรือไม่ แล้วตนเองไปสั่งให้เลือกได้หรือไม่ ถ้าบอกให้เลือกจะเชื่อหรือไม่ ทุกอย่างประชาชนต้องเลือกด้วยตนเอง และสิ่งที่ตนเองทำวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อที่ต้องการจะอยู่ต่อ แต่ต้องทำเพราะเห็นว่ามีปัญหาและต้องดำเนินการต่อไปในระยะยาว พร้อมย้ำว่าไม่ได้รังเกียจใครเป็นเรื่องกลไกทางการเมืองและประชาธิปไตย และส่วนตัวไม่ได้มาเพื่อต้องการสร้างความแตกแยกหรือหวังผลการเมือง เพราะคนจะรักหรือเกลียดไม่สามารถบังคับกันได้

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บ้านเมืองมั่นคงขึ้นหรือไม่ ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองสงบมั่นคง ถนนไม่ได้ถูกปิด ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจ หรืออาวุธปืนไปบังคับใคร ประชาชนดูแลกันได้อยู่แล้ว และขอให้เข้าใจว่าอะไรคือความมั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไม่มีใครละเมิด ถ้าผิดก็ร้องทุกข์กล่าวโทษ รัฐบาลนี้ใช้การดำเนินการทางกฎหมายแม้หลายคนจะบอกว่าส่วนตัวมีอำนาจมาก แต่ตนเองไม่อยากใช้อำนาจเพราะเป็นคนไทยทั้งสิ้น

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า รัฐบาลต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงขออย่าเรียกว่าคนจนและวันข้างหน้าต้องทำให้มีรายได้มากขึ้น และไม่เป็นภาระกับการเงิน การคลังของประเทศ ไม่ว่าใครจะมาพูดว่าจะให้นู่นให้นี่ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเอางบประมาณมาจากไหน สัญญาว่าจะให้เงินให้ทอง ต้องระมัดระวัง แม้รู้ว่าทุกคนรักตนเอง แต่วันนี้สัญญาว่าจะให้อะไรไม่ได้แล้ว พร้อมยืนยันด้วยว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close