“ธนาธร” เปิดนโยบายหาเสียงพรรคอนาคตใหม่ 12 วาระ

"ธนาธร" เปิดตัวนโยบายหาเสียงพรรคอนาคตใหม่ 12 วาระเปลี่ยนอนาคต ชี้ หากเป็นรัฐบาลจะบังคับใช้กฏหมายจัดซื้อจัดจ้างโครงการใหญ่ของรัฐเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวนโยบายหาเสียง ในหัวข้อ “12 วาระเปลี่ยนอนาคต” ซึ่งประกอบด้วย 3 นโยบายฐานราก 8 นโยบายเสาหลัก และ 1 ปักธงประชาธิปไตย โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนอนาคตให้ทุกคนนำไปสู่สังคมที่คนเท่าเทียมกันให้คนไทยเท่าทันโลก โดยนายธนาธร กล่าวถึงการทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายพรรค ว่า ประเทศไทยมีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่กุมอำนาจเศรษฐกิจและสังคมการเมืองไว้ ประกอบด้วย พันธมิตรกลุ่มทุน ข้าราชการระดับสูง นายทหารและพรรคการเมืองบางพรรค คนกลุ่มนี้ต้องการดึงใประเทศไม่ให้ไปข้างหน้า รักษาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบนี้เพื่อให้ได้ผลประโยชน์นานที่สุด หากพรรคอนาคตใหม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ สิ่งแรกที่จะทำเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ ยกเลิกการผูกขาดสัปทานของรัฐ เพิ่มผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด

นอกจากนี้ จะต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดและกีดกันการแข่งขันทางการค้าในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการเดินหน้าเปิดใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารเพิ่มขึ้น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีสำนักงานใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ส่วนตัวต้องการเห็น ธนาคารสำนักงานใหญ่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อสอดรับกับเรื่องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น และสุดท้ายคือบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการประมูลจัดซื้อจัดจ้างโครงการใหญ่ของรัฐ เพื่อให้มีการจัดสรรสัมปทานที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงนโยบายปักธงประชาธิปไตย เพื่อล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ โดยมีเจ้านายคือประชาชน ว่า พัฒนาการของประชาธิปไตยจะเดินหน้าต่อไป เมื่อประชาชนตื่นรู้มากขึ้น ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมจึงจำเป็นต้องใช้อาวุธสุดท้ายคือการรัฐประหาร ซึ่งเราคุ้นชินกับวงจรอุบาทว์ที่แท้จริง ที่เริ่มจากการเลือกตั้งเข้าสภาเกิดความขัดแย้ง พอถึงทางตันก็เรียกทหารออกมารัฐประหารแก้ปัญหา จากนั้นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กลับไปเลือกตั้งและเกิดวงจรอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหมด คือพัฒนาการของประชาธิปไตยที่กำลังเดินหน้าไปได้ แต่เมื่อทุกอย่างกำลังเดินหน้า ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมเห็นแล้วว่าควบคุมไม่อยู่ จึงนำไปสู่การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายที่จะยุติปัญหาเหล่านี้ ผ่านนโยบายปักธงประชาธิปไตย ล้างระบบรัฐประหาร ประกอบด้วย 3 เรื่อง 1.ล้างมรดกบาป ไม่ว่าจะเป็น คำสั่ง คสช. แผนยุทธศาสตร์ชาติ คดีความทางการเมือง รวมถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ไม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย 2.ทวงคืนสิทธิเสรีภาพของประชาชนกลับมา ต้องไม่มีคนติดคุกเพียงเพราะพูดและเขียน แก้ไขกฎหมายด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ปี 2457 ที่ใช้มาแล้ว 100 กว่าปี จำเป็นต้องแก้ไข เพื่อไม่ให้กองทัพใช้เป็นเครื่องมือยึดอำนาจ และสุดท้ายต้องป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้กลับมารัฐประหารอีก โดยแก้ไขกฎหมายให้นายทหารชั้นผู้น้อย สามารถปฏิเสธการกระทำที่เห็นว่า ไม่ถูกกฎหมาย และนำไปสู่การรัฐประหาร

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า เราจะลงนามด้วยสัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อไม่ให้รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชนของตัวเอง หากใครจะละเมิดสิทธิ์ ยิงคนตายเป็นผักปลา ก็จะมีความยับยั้งชั่งใจ และสุดท้ายเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ออกเสียงประชามติ เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการลบล้างผลพวงรัฐประหาร เราจะประกาศให้การรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นโมฆะ ทำให้นิรโทษกรรมคณะรัฐประหารเป็นโมฆะไปด้วยจึงนำไปสู่การดำเนินคดีกับคณะผู้ก่อการรัฐประหารในขณะนั้น และขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า หลังการเลือกตั้ง เราจะเดินหน้ารณรงค์ผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที

ข่าวน่าสนใจ

Close