นายกฯปัดออกช็อปช่วยชาติเป็นการเมือง-ชวนต้านโกง

นายกรัฐมนตรี ยันมุ่งสร้างความเข้มแข็งท้องถิ่น ขับเคลื่อนประเทศด้วยไทยนิยมยั่งยืน แก้ปัญหาตามความต้องการประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต ขอทุกคนปราบโกง-ปัดช็อปช่วยชาติเอื้อการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า รากฐานการพัฒนาชาติบ้านเมือง คือ “ชุมชน” ยืนยันรัฐบาลนี้ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในการสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่น โดยอาศัยหลักการสำคัญ ก็คือ การมีส่วนร่วม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้ “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” ที่เน้นการบูรณาการ ในการทำงานร่วมกัน ของหน่วยงานในพื้นที่ ทุกระดับ เพื่อแก้ไขอย่าง “ครบวงจร” ทุกมิติ ทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตาม 10 กรอบหลัก ในการดำเนินงาน การสร้างความปรองดอง ด้วย “สัญญาประชาคม”

นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า ได้รับรายงานประเด็นปัญหา ความต้องการของประชาชน มากกว่า 7 แสนรายการ แบ่งเป็น 6 ด้านหลักๆ ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มากที่สุด กว่าร้อยละ 52, ด้านการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต, ด้านการเกษตร, ด้านความมั่นคง, รวมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการสาธารณสุขซึ่งรัฐบาลได้นำกลับมาเป็น “การบ้าน” ให้ทุกกระทรวงร่วมกันกัน “ถอดรหัส” จัดทำแผนงานสำคัญ 3 แผน คือ 1. แผนงานเสริมสร้างศักยภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิต
ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน 2. แผนงานปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพเป็นรายบุคคล และรายกลุ่มมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ รวม 4.3 ล้านคน และ3. แผนงานส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพชุมชน โดยได้รับอนุมัติโครงการไปแล้ว 47,000 กองทุนคิดเป็นร้อยละ 71 ของเป้าหมาย และหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าแผนงาน – โครงการ ทั้งหลายตาม “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่เป็นฐานรากของบ้านเมือง และช่วยสร้างงาน สร้างรายได้จุนเจือครอบครัว ไม่เป็นภาระ แต่เป็นพลังส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศร่วมกัน

 

นายกฯขอทุกคนปราบโกง-ปัดช็อปช่วยชาติเอื้อการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันที่ 9 ธ.ค.ของทุกปีถือเป็น “วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล” เป็นวันที่ไทยได้ร่วมลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การต่อต้านการทุจริต เมื่อปี 2546 และ สะท้อนว่าเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาในหลายประเทศ ทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมา ค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของ 120 ประเทศ จาก 180 ของประเทศทั่วโลก ยังอยู่ต่ำกว่า 50 คะแนน ทำให้ประเทศสมาชิกต้องร่วมมือกัน และดำเนินการตามอนุสัญญาให้เข้มข้น เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทย ก็ได้มีการรณรงค์ผ่านการใช้แนวทาง และมาตรการต่าง ๆมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มปลูกฝังให้เยาวชน รู้ถึงผลเสียและ ไม่ยอมรับการทุจริต รวมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุจริตและ มีจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่ง ปีนี้ รัฐบาลร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และภาคีเครือข่ายจัดงานขึ้นทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ส่งเสริมความดีร่วมต้านการทุจริตและ พลังความดีด้วยการซื่อสัตย์ต่อตนเอง แต่ที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่เป็นปัญหาหยั่งรากลึก และสะสมมานาน ประชาชนคนไทย “ทุกคน” ถือเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา ประชาชนทุกคน ต้องช่วย “เป็นหู เป็นตา” ช่วยสอดส่อง ดูแล ตักเตือน และแจ้งข้อมูลให้กับภาครัฐ อย่าปล่อยผ่าน อย่าติติงอยู่ในโซเชียลอย่างเดียว ต้องจัดออกไปด้วยวิธีทางกฎหมายที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ นายกฯกล่าวด้วยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ รัฐบาลมีมาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” ซึ่งเป็นมาตรการทางภาษีเพื่อ ลดภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ของประชาชน อย่ามองว่าเป็นเรื่องของการเมือง ใครที่ไม่มีสิทธิ ก็ไม่ต้องไปซื้อขนาดนั้น เพื่อจะต้องการลดภาษี อย่าไปฟังคำบิดเบือน

ข่าวน่าสนใจ

Close