นายกฯลุยแก้ราคายางตกต่ำ-เข้มจยย.บนทางเท้า

นายกรัฐมนตรี ย้ำ ย้ำตปท.เชื่อมั่นไทยมากขึ้น ลุยแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แนะปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เข้ม จยย.ขับบนทางเท้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า  วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีนอกจากจะเป็น”วันชาติ” และ “วันพ่อแห่งชาติ” แล้ว ยังเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประกาศเป็น “วันดินโลก” อีกด้วย เพื่อแสดงความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาดิน ตระหนักถึงความสำคัญของดิน ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศ และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของมนุษย์

พร้อมกันนี้ นายกฯยังกล่าว วันที่ 4 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันสิ่งแวดล้อมไทย” ที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9  ที่ทรงมีพระราช

ดำรัสถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก  รวมทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน ป้องกันและแก้ไข โดยมีพระราชดำรัสเตือนคนไทยให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ใจความตอนหนึ่ง ว่า “…เมืองไทยนี้อีกหน่อยจะแห้ง ไม่มีน้ำเหลือ จนต้องไปซื้อน้ำจากต่างประเทศซึ่งก็อาจเป็นได้  ต้องบริหารให้ดี น้ำสำหรับบริโภค –การเกษตร –อุตสาหกรรม น้ำสะอาด น้ำมีคุณภาพที่ดี ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก…”

รวมถึงยัง เป็น “วันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ” (วัน ทสม.แห่งชาติ) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของอาสา สมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ในการรวมพลังด้วย “ประชาอาสา” เพื่อสร้างคุณความดีพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติ ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณบรรดาห้างสรรพสินค้า รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ที่พร้อมใจกัน “งดให้บริการถุงพลาสติก” ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ เพื่อจะเป็นจุดเริ่มต้นร่วมกัน ในการลดการใช้ถุงพลาสติก และโฟม ในชีวิตประจำวันลงให้ได้มากที่สุด ภายใต้แนวคิด ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคมนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน  “Bike อุ่นไอรัก”ขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีประชาชนมาลงทะเบียนเข้าร่วมแล้ว มากกว่า 640,000 ราย โดยในวันที่ 1 -2 ธันวาคมนี้ จะมีกิจกรรมรับเสื้อพระราชทานทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมทั้ง

การซ้อมใหญ่ในเส้นทางปั่นจริง ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม จึงขอเชิญชวนประชาชนใช้รถสาธารณะ แทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เข้ามาในพื้นที่และหลีกเลี่ยงเส้นทางปั่นจักรยาน โดยขอให้ติดตามข่าวสารคำแนะนำอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับจุดจอดรถ, การให้บริการรถ Shuttle Busรับ-ส่ง, ช่องทางการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตลอดจนเส้นทางเลี่ยง  หากเป็นไปได้ขอให้วันนั้นเป็น “วันปลอดรถ”

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า วันที่ 29 พ.ย. 2561 จะเป็นอีกวัน ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย และของโลก  เนื่องด้วยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (ยูเนสโก) ได้ให้การรับรอง “การแสดงโขนในประเทศไทย” ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูง เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ และจากข่าวดีส่งท้ายปี รัฐบาลมีแผนจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองโขนตลอดปี 2561- 2562 อาทิ การแสดงโขนรอบพิเศษ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” และงานมหกรรมการแสดงโขน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  จัดสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นรามเกียรติ์ ตอน “รามาวตาร” เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ  การเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การสาธิตงานช่างฝีมือโขน, สาธิตการแสดงโขน, การเสวนาความรู้คุณค่าโขน,จัดพิมพ์หนังสือความรู้เกี่ยวกับโขนฉบับเยาวชน, สารคดีโขน และคลังข้อมูลโขนในรูปแบบดิจิทัล  รวมทั้ง การจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรโขน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินทางไปยังประเทศเยอรมนี  โดยจุดประสงค์สำคัญเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ หลังจากที่ยุโรปเปิดประตูความสัมพันธ์กับไทยอีกครั้ง ได้พูดกับนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี โดยจะร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ความเป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ทางเศรษฐกิจ และตั้งเป้าที่จะเพิ่มการค้าระหว่างกันให้มากขึ้นเป็น 15,000 ล้านยูโร ภายในปี 2563 ส่งเสริมการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมขอให้เยอรมนีสนับสนุนการกลับมาหารือในเรื่องเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียู และอาเซียน-อียูด้วย รวมถึงขอให้เยอรมนีช่วยสนับสนุนการปลดใบเหลืองIUU ของ EU และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การอาชีวศึกษา และการพัฒนาศักยภาพ SMEs รวมทั้งสตาร์ทอัพส์ ของไทยด้วย

นอกจากนี้ นายกฯเปิดเผยด้วยว่า ได้ เชิญนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคล เดินทางเยือนประเทศไทยในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน และเชิญให้เยอรมนี เป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนาของความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือ ACMECS ด้วย ตลอดจน ได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน-นักธุรกิจชาวเยอรมัน และเชิญชวนให้บริษัทด้านระบบราง และบริษัทยานยนต์แห่งอนาคตของเยอรมนี ที่มีความสนใจหรือมีธุรกิจในไทยอยู่แล้ว พิจารณาขยายการลงทุนใน EEC เพิ่มเติมด้วย

ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณชุมชนไทยในเยอรมนี ที่ได้ให้การต้อนรับแก่ตนเองและคณะอย่างอบอุ่น ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความรักและหวงใย บ้านเกิดเมืองนอน ของคนไทยในต่างแดน ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย อีกทั้งการเยือนต่างประเทศ อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของผู้นำประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา,รัสเซีย, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, จีน และญี่ปุ่น ที่ผ่านมา รวมทั้งเยอรมนี และประชุมสำคัญ ๆ ในเวทีระหว่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความยอมรับและความเชื่อมั่นทางการเมืองจากประเทศชั้นนำต่างๆ ต่อศักยภาพและบทบาทของไทย ในเวทีโลก ย่อมนำมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือ ที่จะนำพาประเทศของเรา บรรลุวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ได้ในที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการติดตามมาตรการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ มีความคืบหน้าใน 3 แนวทาง คือส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ เพื่อลดสต็อกยาง 960,000 ตัน จะทำให้ราคายางพาราปรับสูงขึ้น 5 บาทต่อกิโลกรัม ,การปลูกพืชทดแทน หรือแซมในสวนยาง เพื่อลดการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและตลาดต่างประเทศ โดยสนับสนุนปลูกโกโก้ มากขึ้น และโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา

พร้อมกันนี้ นายกฯยังขอให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวัง รักษาสิทธิ รู้จักหน้าที่ ในการที่จะป้องกันและแก้ไขการขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า หรือบนฟุตบาท ผู้ขับขี่อย่าขึ้นไปบนทางเท้าของประชาชน ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ รวมถึงเรื่องการบริหารจัดการขยะต้องลดการทำขยะลงให้ได้ มีการแยกขยะให้ได้และอย่าไปทิ้งในพื้นที่สาธารณะ ตลอดจนให้ทุกคนช่วยกันเฝ้าระวัง ดูแลเรื่องปัญหายาเสพติด และแก้ปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงในสังคม ตลอดจน ระมัดระวังและรักษาสุขภาพ ทำร่างกายให้อบอุ่น ให้แข็งแรงอยู่เสมอ  และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานอย่างเต็มสติ

 

 

 

 

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close