นายกฯชื่นชม”น้องมิลด์”ยันเร่งลดเหลื่อมล้ำ-ลดขัดแย้ง

นายกรัฐมนตรี ชื่นชมน้อง "มิลด์" ยกเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ยันรัฐบาลพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ยึดข้อมูลถูกต้องลดความขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายงานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า แสดงความชื่นชมในความสามารถ และ ความสำเร็จ ของ “น้องมิลค์” ด.ญ.วัลยา วรรณพงษ์ วัย 11 ปี ในการชนะเลิศ อันดับ 1 จากการแข่งขัน World Drone Racing Championships ประเภทหญิง ที่ประเทศจีน โดยสามารถเอาชนะคู่แข่งที่มีอายุมากกว่า หลายร้อยรายจากทั่วโลก นับว่าเป็น “แชมป์โลก โดรน” อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และคิดว่า “น้องมิลค์” น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน ที่กำลัง พยายามทำอะไรอยู่ก็ตาม อย่าให้ความท้อแท้มาเป็นอุปสรรคของชีวิต เพราะ “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” เพียงแต่ต้องลงมือทำ ต้องค้นคว้าหาความรู้ และต้องอย่าหยุดยั้งที่จะพัฒนาตนเอง เพราะ ชีวิตคือการเรียนรู้ อีกสิ่งที่ประทับใจในตัว “น้องมิลค์” นอกเหนือจากชัยชนะในครั้งนี้แล้ว ยังมีการให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษด้วย คุณสมบัติเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสำหรับตัวเยาวชน และผู้ปกครองที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

พร้อมกันนี้ นายกฯ ยังชี้แจงถึงการทำงานด้านการศึกษาของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการมีนโยบาย “1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ” ที่เน้นการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง สร้างความเท่าเทียมให้ครอบคลุม ทั่วประเทศ เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำด้านการจัดการศึกษาของประเทศ สร้างโรงเรียนให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีอุปกรณ์ครบครัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีผู้บริหารและครูที่มีประสิทธิภาพ มั่นใจนโยบาย “1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ”จะทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในชุมชน เป็นแหล่งการเรียนรู้ของชุมชน สร้างโอกาสให้นักเรียนในพื้นที่ได้เข้ามาพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม และเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของโดยกำหนดแนวทางการพัฒนาแบ่งเป็น 3 ระยะ (ปีงบประมาณ 2562 – 2564) 1.ตรวจสอบและเปิดรับ เป็นการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ,2.เสริมความรู้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และ 3.พัฒนาสู่ โรงเรียนของชุมชน

 

นายกฯ ยึดข้อมูลถูกต้องลดความขัดแย้ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการที่จะขับเคลื่อนประเทศ ให้ก้าวเข้าสู่ “เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม” โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้และโอกาส ไปสู่ภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ตามนโยบาย “ประเทศไทย 4.0”

พร้อมกันนี้ นายกฯยังกล่าวถึง เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ที่เป็นการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ที่มีความเข้มข้นของงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม รวมทั้ง ห้องปฏิบัติการวิจัย ทั้งภาครัฐ และเอกชน โรงงานต้นแบบ โรงงานสาธิต เพื่อจะพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยต้องคิด ต้องทำ เป็นขั้นเป็นตอน และ ต้องทำต่อเนื่อง เพราะการทำงานต่างๆ นั้นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่แท้จริง ข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยลดความขัดแย้ง และความแตกต่าง ที่ไม่สร้างสรรค์ลงได้

นอกจากนี้ นายกฯได้เน้นย้ำให้ประชาคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ กับ การทำความเข้าใจปัญหาในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ไปสู่ เป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ และ ต้องให้ประชาชนได้รับประโยชน์ เป็นสำคัญ ยืนยันรัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนเพื่อ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันพัฒนาประเทศ

ข่าวน่าสนใจ

Close