พรรคอะไหล่-กรรมชี้เจตนา?

นาทีนี้ เหล่าบรรดาคนการเมือง นักเลือกตั้ง เคลื่อนไหวทั้งบนดิน ใต้ดิน กันพรึบพรับ ซึ่งการขยับตัวของบุคคลเหล่านี้ นี้เองที่กลายเป็นพฤติกรรม ที่ต้องถูกจับตาจากผู้มีอำนาจ ว่าจะข้ามเส้นของกฎหมายหรือไม่ ทำให้ห้วงยามนี้เกิดปรากฎการณ์ พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง พรรคพี่ พรรคน้อง พรรคพวกกัน ฯลฯ

โดยพรรคที่เคลื่อนไหวหนักมากในประเด็นพรรคสำรอง คือค่าย “เพื่อไทย” ที่มีชื่อออกมาหลากหลายชื่อ ทั้ง “เพื่อชาติ” “เพื่อธรรม” จนมีคนแซวว่าไม่ตั้งเป็น พรรคเพื่อชิน(วัตร)ไปเลยจะได้หมดเรื่อง ซึ่งถ้ามอง หรืออ่านใจ ผู้มีอำนาจสูงสุดในพรรค นี้ อาจจะมองว่าการแตกไลน์เป็นค่าย ป้อม ต่างๆ นั้น อาจมาจากพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงของลูกหาบนั้นเอง

กล่าวคือ ช่วงระยะนี้ ในหน้าสื่อต่างนำเสนอบรรดาพลพรรครักนายใหญ่ พาเหรดเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาคนไกลบ้าน ทั้งที่่ฮ่องกงบ้าง สิงค์โปร์ บ้าง หรือจะเป็นภาพวีดีโอ ที่นายใหญ่ติดต่อกับคนในพรรค หลากหลายสถานการณ์ ซึ่งพฤติกรรม เหล่านี้ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการ ตีความว่า “ครอบงำ” หรือไม่ อย่างไร?

อันที่จริง ทั้งภาพ และเสียง ที่แสดงถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างนายใหญ่กับคนในค่ายเพื่อไทย นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธดั้งเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ตอนที่นายใหญ่ถูกท๊อปปูตเตะตกเก้าอื้อำนาจใหม่ ในปี 2549 นั้นคือกลยุทธโลกล้อมประเทศ นั้นคือการเดินสายไปปรากฎตัวยังสถานที่ต่างๆ ใกล้ๆ กับประเทศไทย และให้พรรคพวกเดินทางไปคารวะหรือแสดงคำอวยพรในวาระสำคัญต่างๆ

แต่นั้นมันเมื่อหลายปีมาแล้ว ณ วันนี้ ขุนทหารไม่ยอมให้ “เสียของ” อีกต่อไป ฉะนั้นกฎ กติกา บุคคลกรจึงถูกจัดวางอย่างรัดกุม และพร้อมจะเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทุกเมื่อถ้าการด์ตกเมื่อไร ฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้จึงถูกขั้วนายใหญ่ หยิบยกมาเป็นประเด็น โหมกระพือในทำนองว่า ฝ่ายมั่้นคง มีธง จะเล่นงานพรรคเพื่อไทยในปมร้อนนี้

เรื่องนี้ต้องถึง “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่ต้องออกโรงมาบอกว่าไม่มีการตั้งธงเล่นงานพรรคไหนแต่อย่างใด พร้อมจัดหนัก จัดเต็มในวลี ถ้าไม่ได้ทำผิด แล้วจะกลัวอะไร” ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ให้คนพรรคเพื่อไทยกลัวได้อย่างไร เพราะโทษของการ ครอบงำ ” พรรคนั้น สูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตทางการเมือง นั้นคือต้องยุบพรรคกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว ยัง ปรากฎร่องรอยชัดเจนของคนเสื้อแดงตัวพ่ออย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” ที่่ไปร่วมสังฆกรรมกับ “สงครามกิจเลิศไพโรจน์” “ยงยุทธ ติยะไพรัช” เพื่อหาที่ว่างสำหรับคนที่ไม่ได้รับเลือกลงสนามในนามพรรคหลัก จึงจำเป็นต้องมีพรรคสำรอง ไว้รองรับ เผื่อเหลือเผื่อขาด ดังนั้นจึงถูกมองว่าเป็น “พรรคอะไหล่” ของ “เพื่อไทย” ไปในบัดดล

และเมื่อ ประเด็นเหล่านี้ กลายเป็นของร้อน ถนนทุกสายจึงตัดไปที่กรรมการอย่าง กกต…พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา” เลขาธิการกกต. ยังไม่ฟันธงชัดๆ เพียงแต่ระบุว่า ได้สั่งการให้ทางสำนักงาน กกต. ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ เพราะขณะนี้ที่ปรากฏยังเป็นเพียงข่าว ยังไม่มีข้อมูลที่ชี้ไปถึงขั้นครอบงำพรรค และไม่ได้ทำเรื่องนี้เรื่องเดียวนะ แต่ได้ตรวจสอบทุกข้อร้องเรียน

เรื่องนี้สิ่งที่ยากคือการตีความคำว่า ครอบงำ” กับ แนะนำ” เพราะเป็นเพียงเส้นด้ายบางๆ กั้นระหว่างกัน ซึ่งการพิสูจน์ทราบ กระทำค่อนข้างยาก ฉะนั้นจึงน่าจะเป็นการมองในภาพรวม ส่องเจตนาว่าเป้าประสงค์เพื่ออะไร เพราะเรื่องแบบนี้ ในฐานะกรรมการ ตัดสินใจพิพากษาอย่างไรไป ย่อมมีทั้งคนที่ถูกใจ และแสลงใจ

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว “กัมมุนา วัตตติ โลโก” สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม นั้นแล!!

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close