กกต.รอ ครม.เห็นชอบ พรฎ. เลือก ส.ว.

กกต. รอ ครม. เห็นชอบ พ.ร.ฎ.สรรหา ส.ว. เร่งดำเนินการตามขั้นตอนตามกรอบเวลา ไม่ห่วงการฮั้วของผู้สมัคร แจงของบฯเพิ่ม 600 ล้านจัดเลือกตั้ง ครม.เห็นชอบหลักการแล้ว ยัน สรรหา ส.ว. งบประมาณเพียงพอ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ ร่าง พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทางรัฐบาลก็จะดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป และในส่วนของ กกต.ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ที่จะทำการสรรหา ส.ว. โดยจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนองค์กรที่จะเสนอชื่อในวันที่ 15- 24 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นจะเป็นการเปิดรับสมัครในวันที่ 26- 30 พฤศจิกายนนี้ และจะทำการเลือกในระดับอำเภอในช่วงวันที่ 16 ธันวาคม ระดับจังหวัด ในวันที่ 22 ธันวาคม และ ระดับประเทศ ในวันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งคาดว่าจะมี พ.ร.ฎ. เลือก ส.ว. ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ก็ได้รับการตอบรับจากกระทรวงมหาดไทย ที่ฝ่ายปกครองเคยเป็นห่วงว่าการดำเนินการในช่วงนั้นจะตรงกับเทศกาลปีใหม่

พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการเลือก ส.ว. ทาง กกต. ก็ได้เน้นย้ำว่าอยากให้ทางสำนักงานฯ ดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อจะได้จัดเตรียมในเรื่องการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่จะใกล้กัน เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นระบบใหม่และเชื่อว่าในการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาในนามองค์กร คาดว่าจะมีการเสนอชื่อเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ห่วงเรื่องการฮั้วการสมัคร เพราะขั้นตอนการเลือกมีหลายระดับ และในแต่ละระดับผู้สมัครจะรู้คะแนนและสามารถร้องเรียนได้ หากพบว่าความผิดปกติ ซึ่งถ้าพิสูจน์แล้วว่ามีการฮั้วกันจะมีความผิด มีสิทธิ์โดนใบแดงแบบ ส.ส.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถงงบประมาณ 600 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นี้ ทาง กกต. ได้รับอนุมัติงบฯ ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. มากว่า 4,000 ล้านบาม แต่ด้วยกระบวนการจัดการเลือกตั้งเป็นรูปแบบใหม่ มีค่าใช้จ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตอบแทนให้ผู้แจ้งเบาะแส สินรางวัลนำจับ การกำหนดให้ กกต. เป็นผู้จัดหาสถานที่สำหรับปิดป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ทำให้งบที่ได้รับยังไม่เพียงพอ จึงได้มีการขออนุมัติเพิ่ม ซึ่งจากนี้ทางสำนักงานก็จะมาจัดทำแผนการใช้จ่าย และจะเสนอไปให้ ครม. พิจารณาเร็วๆ นี้ เพราะจำเป็นต้องนำเงินมาดำเนินการ เบื้องต้นทาง กกต. ก็ได้พยายามที่จะปรับลดงบ มาแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีขออนุมัติที่กว่า 5,000 ล้านบาท และบีบลงมาเหลือ 4,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของงบฯ การเลือก ส.ว. เพียงพอแล้ว จึงไม่มีการขอเพิ่ม

นากจากนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึง กรณีการรับเงินบริจาคของพรรคการเมือง ว่า เรื่องนี้ก็เป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 57/2557 ให้ พ.ร.ป. บางฉบับมีผลใช้บังคับต่อไป ซึ่งมีการห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว
ดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใด ๆ ในทางการเมือง แม้จะมีการคลายล็อกตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่ประกาศ คสช.ที่ 57/2557 ก็ยังมีผลอยู่ ดังนั้นการดำเนินการอย่างอื่นที่นอกเหนือจากการคลายล็อก 6 ข้อ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 จะต้องมีการขออนุญาตจาก คสช. อย่างกรณีการประชุมของกรรมการบริหารพรรคเพื่อเลิกกิจการพรรค ที่ไม่ได้อยู่ในการคลายล็อกทั้ง 6 ข้อ แต่ก็มีพรรคขออนุญาตเพื่อดำเนินการเลิกกิจการของพรรค ซึ่งกรณีการรับเงินบริจาคหรือระดมทุนก็ต้องขออนุญาตในลักษณะเดียวกัน ซึ่งไม่ได้ห้ามเพียงแต่ต้องขออนุญาต โดยหลังจากนี้ ทาง กกต. จะมีการออกหนังสือเวียนแจ้งให้พรรคการเมืองต่างๆ ทราบอีกครั้งว่า หากพรรคจะดำเนินกิจการทางการเมือง นอกเหนือจากการคลายล็อกทั้ง 6 ข้อ ก็ยังจะต้องขออนุญาต คสช.ก่อน

พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวกรณีที่พรรคอนาคตใหม่มองว่า กกต. เป็นเครื่องมือของ คสช. ในการยุบพรรคการเมือง ว่า กกต. เป็นเครื่องมือของกฎหมาย กฎหมายให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ตนเองในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็ไม่อยากให้พรรคการเมืองทำอะไรที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคอยู่จนถึงการเลือกตั้ง เพราะเป็นสีสันประชาธิปไตย และขอให้ทุกพรรคอดทน คสช. พิจารณาการปลดล็อกอยู่ คาดว่าคงอีกไม่นาน ส่วนกรณีพรรคอนาคตใหม่ท้าให้ กกต. ออกหนังสือคำสั่งห้ามรับบริจาคหรือระดมทุนอย่างเป็นทางการนั้น กกต. คงไม่มีการออกคำสั่งลักษณะนั้นได้ เพราะ กกต. จะมีหนังสือเวียนชี้แจงพรรคการเมืองอยู่แล้ว และหากทางพรรคอนาคตใหม่ยังมีข้อสงสัย ก็ให้ถามมาทาง กกต. โดยตรง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close