นายกฯยังไม่สังกัดพรรคไหนโต้สั่งอปท.หนุนใคร

"พล.อ.ประยุทธ์" ยัน ยังไม่สังกัดพรรค ไม่มีฐานเสียง ขออย่ากังวล ขอให้แยกแยะ ช่วยลดความขัดแย้ง ปัดสั่ง อปท.สนับสนุนใคร ในการเลือกตั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวยืนยันว่า ส่วนตัวไม่มีฐานเสียงอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างถูกจับตาโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งรัฐบาลต้องอยู่ตรงกลางให้ได้และต้องขับเคลื่อนสิ่งใหม่ๆ เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างไรดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ขณะนี้กำลังทำทุกอย่างให้โปร่งใส ดีขึ้นและชัดเจนขึ้น เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจยกเว้นบางคนที่ไม่อยากเข้าใจมีอะไรก็มีปัญหาไปทั้งหมด ซึ่งตนเองไม่อยากให้ทุกอย่างกลับไปที่เดิม ทั้งนี้ ต้องจัดระเบียบบ้านเมืองให้ได้ว่า จะสร้างการรับรู้ให้ได้ว่าการร่วมมือกัน และการใช้งบประมาณจะคุ้มค่าหรือไม่ โดยการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลและส.ส.ที่ดีและทำเพื่อคนทั้งประเทศได้อย่างไร และที่ตนเองพูดตรงนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ซึ่งส่วนตัวไม่ได้อยู่พรรคใดทั้งสิ้น ดังนั้นขออย่ากังวลกับเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน ส่วนตัวไม่อยากให้ฟังนักการเมืองให้มากนัก ฟังได้แต่อย่ามาไล่ล่ากับตนเอง เนื่องจากเป็นคนละเรื่องกัน ขอแยกแยะให้ออกว่าส่วนตัวกำลังทำอะไรและนักการเมืองกำลังทำอะไร ซึ่งนักการเมืองกำลังพยายามเตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ส่วนตัวกังวลหากถึงช่วงการปลดล็อคจะวุ่นวายหรือไม่ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยลดความขัดแย้งตรงนี้ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองเสียหาย การลงทุนต่างๆหรือการท่องเที่ยวจะติดขัดไปหมด และจะได้รัฐบาลแบบเดิมๆเข้ามาที่ชนะมาด้วยความขัดแย้งบิดเบือนซึ่งกันและกัน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สั่งการให้ท้องถิ่นจัดหลักสูตรอบรมช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งว่า ในวันนั้นอาจจะใช้คำพูดหนักไปหน่อยในเรื่องการอบรมพิเศษ แต่ส่วนตัวต้องการสร้างความรับรู้และความเข้าใจ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยสร้างการรับรู้ไปบ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้ประชาชนในท้องถิ่นเข้าใจว่า ควรจะมีการบริหารราชการที่มีธรรมาภิบาลซึ่งมีทั้งหมด 6 ข้อได้อย่างไร ซึ่งประชาชนต้องรู้ว่ากระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น และใช้งบประมาณจากส่วนใด เพราะที่ผ่านมาได้มีการพูดในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว และสื่อนำไปขยายในโซเชียลแต่ยังไม่เกิดความทั่วถึง ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการสร้างการรับรู้แต่ไม่ใช่ให้ไปสนับสนุนใคร จึงขออย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองทั้งหมด และในส่วนของท้องถิ่นไม่ใช่ว่าจะไปสนับสนุนพรรคไหนหรือเลือกใคร แต่จะต้องไปบอกว่าท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง เมื่อมีการเลือกตั้งทุกคนจะต้องมีหลักคิดว่าจะเลือกตั้งคนอย่างไรเข้ามาบริหารท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ และความรู้ทั้งเรื่องการบริหารราชการ และการใช้จ่ายงบประมาณ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ต้องสร้างหลักคิดว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญใหม่และพระราชบัญญัติใหม่ที่ออกมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจเมื่อถึงเวลาออกมาเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาอาจไม่ครบถ้วนมีเพียงร้อยละ 60-70 ซึ่งตนเองอยากให้ออกมาเลือกตั้งทุกคนถึงร้อยละ 90 หากประชาชนไม่ทราบว่าที่ออกมาเลือกตั้งสำคัญอย่างไรทุกอย่างก็จบ ดังนั้นจึงต้องบอกว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นหน้าที่ของคนทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ประชาชนทั้งรายได้มากและรายได้น้อย ซึ่งหลายอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงว่า การสมัครสมาชิกค่าใช้จ่ายค่าบำรุงพรรค การใช้บัตรใบเดียว และหากไม่ออกมาเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น ออกมาเลือกตั้งจะเลือกคนไหน หรือไม่เลือกใครจะเกิดอะไรขึ้น หากมีการบิดเบือนก็จะวุ่นวายอีกในภายหลัง

ยันจับคนขายเสื้อเข้าข่ายกบฏ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการจับผู้ที่จำหน่ายเสื้อยืดสีดำมีแถบป้ายสีขาวและสีแดงบริเวณหน้าอกที่เรียกว่าสัญลักษณ์การแบ่งแยกการปกครองเป็นสหพันธรัฐไทย ว่า สิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ไม่ถูกกฏหมาย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศไม่ใช่สหพันธรัฐ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นอาณาจักรหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ แต่สหพันธรัฐถือเป็นการแบ่งแยกเป็นรัฐต่างๆ ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น และสัญลักษณ์ของประเทศไทยเป็นธงไตรรงค์

ทั้งนี้ มองว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกบฏเป็นการล้มระบอบการปกครองหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารดำเนินการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย อะไรที่ขัดรัฐธรรมนูญทำไม่ได้ทั้งสิ้น ขณะนี้รัฐบาลพยายามปิดกั้นสิ่งเหล่านี้ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้องอาศัยอำนาจศาลในการดำเนินการ แต่เมื่อทำการสั่งปิดแล้วก็ยังกลับมาเปิดใหม่ และยังมีการเปิดเฟสบุ๊คและเว็บไซต์โจมตีรัฐบาลด้วย จึงได้ตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลเหล่านี้เชื่อมโยงกันกับในต่างประเทศหรือไม่เพราะทุกอย่างมีเบื้องหลังหมด ไม่ใช่รัฐบาลจะไปรังแก ทุกอย่างมีกฏหมาย ตอนนี้ก็ออกหมายจับไปแล้วอยู่ระหว่างการสอบสวน

นายกฯยันไม่นิ่งนอนใจแก้ปัญหายาเสพติด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้จำนวนมากในช่วงนี้ ว่า อาจจะมีมาตลอด แต่อยู่ที่รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรในการดำเนินการ ตอนนี้ในหลายพื้นที่ก็ประสบความสำเร็จเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด แต่ในส่วนไหนที่มีการเล็ดลอดเข้ามา รัฐบาลก็เพิ่มมาตรการกวดขันดูแล ทั้งกระบวนการลักลอบ การขนย้ายทั้งนี้ การที่จจับกุมกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดได้จำนวนมาก อาจมองได้เป็น 2 มุม เพราะความจริงอาจมีมากอยู่แล้วแต่จับกุมไม่ได้ และตอนนี้จับกุมได้มากขึ้น แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ประมาทหรือนิ่งนอนใจ ต้องกวดขันอย่างต่อเนื่องและต้องดูว่าที่ยังจับกุมไม่ได้มีมากน้อยเพียงใด ซึ่งได้สั่งการไปยัง กอ.รมน. ปปส. ตำรวจ ทหาร และท้องท้องถิ่นแล้ว

ส่วนการดำเนินคดีขณะนี้มีผู้ต้องหาจำนวนมากจนเกิดปัญหาในเรื่องคนล้นคุก จึงต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการกับคดียาเสพติด พร้อมขอให้ทำความเข้าใจไม่ใช่ว่าคนจนจะต้องติดคุกและคนรวยไม่ติดคุก รัฐบาลพยายามทำตามกฎหมายให้มีความชัดเจนคดีใดที่เป็นคดีใดที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์สังคมรับไม่ได้ก็จะต้องลงโทษสถานหนัก แต่ก็ไปเกี่ยวเนื่องกับหลักสิทธิมนุษยชนอีก เช่นโทษประหารชีวิต รัฐบาลจึงต้องคิดและมองในทุกประเด็น

ข่าวน่าสนใจ

Close