นายกฯเปิดทำเนียบรับปธน.เมียนมา

นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมให้กำลังใจสถานการณ์ในยะไข่ หนุนแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การต้อนรับอูวินมยิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยได้กันร่วมแถลงข่าว ที่ตึกสันติไมตรี โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่เมียนมากับไทยฉลองครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ดังนั้นการเยือนไทยครั้งนี้จึงมีความหมายเป็นพิเศษและเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นของสองประเทศ โดยได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ หลายประเด็น โดยเห็นพ้องที่จะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้ใกล้ชิดในทุกมิติ หัวใจสำคัญของความร่วมมือไทยและเมียนมาคือ การพัฒนาตามแนวชายแดนและความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะนำประโยชน์มาสู่ประชาชนและความเจริญตามแนวชายแดนของสองประเทศอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม ไทยจึงพร้อมให้ความร่วมมือกับเมียนมาในการพัฒนาพื้นที่และชุมชนตามแนวชายแดนบนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ในส่วนเส้นทางเชื่อมต่อไทยกับเมียนมานั้น เห็นว่า ทั้งสองประเทศต้องเร่งรัดการพัฒนาอย่างครบวงจรในเส้นทางแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East – West Economic Corridor – EWEC) และแนวระเบียงเศรษฐกิจใต้ (Southern Economic Corridor) หากพัฒนาทั้งสองเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจนี้ได้สำเร็จ จะก่อให้เกิดการเชื่อมต่อของห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพและเศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ ขณะเดียวกันยังเห็นพ้องว่าเส้นเขตแดนควรเป็นเส้นเขตแดนแห่งความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการไปมาหาสู่ระหว่างของประชาชนทั้งสองประเทศ และขอให้หน่วยงานทั้งสองประเทศหารือเพื่อแสวงหาทางออกที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน สำหรับการคุ้มครองแรงงานเมียนมาในประเทศไทย ตนได้ย้ำความสำคัญของแรงงานเมียนมาที่เป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และไทยจะให้การคุ้มครองดูแลแรงงานเมียนมาตามกฎหมายไทยต่อไป และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมให้แรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานในไทยผ่านความตกลงว่าด้วยการจ้างงานในกรอบรัฐต่อรัฐอย่างจริงจังด้วย

ทั้งนี้ ส่วนตัวได้ขอบคุณทางการเมียนมา ที่ร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดจนกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมาใกล้แล้วเสร็จและเป็นไปตามกำหนด นอกจากนี้ สำหรับสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ตนได้ให้กำลังใจและสนับสนุนความพยายามของเมียนมาในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และได้ยืนยันความพร้อมของไทยที่จะเข้าไปดำเนินโครงการเพื่อการพัฒนาต่าง ๆ ในรัฐยะไข่ เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ดำรงชีพได้อย่างยั่งยืน ส่วนการส่งผู้หนีภัยการสู้รบกลับเมียนมา ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการส่งผู้หนีภัยการสู้รบกลับมาตุภูมิ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการมาแล้ว 2 ครั้ง ส่งกลับได้ รวม 164 คน และจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การส่งกลับกลุ่มต่อ ๆ ไป มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของความปลอดภัย ความสมัครใจและมีศักดิ์ศรี
ด้านประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวว่า ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่น ตนและนายกรัฐมนตรีไทยได้ร่วมกันหารือโดยเฉพาะการเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างกันที่มีมายาวนาน 70 ปี ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวเมียนมา ซึ่งต้องขอบคุณรัฐบาลไทยที่ใหความร่วมมือและส่งเสริมในทุกๆด้านของเมียนมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาประชาธิปไตย การเมือง เศรษฐกิจ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวเมียนมา รวมถึงความมั่นคงในเมียนมาและตลอดแนวชายแดน ซึ่งตนเองและนายกรัฐมนตรีไทยได้มีการหารือกันที่จะร่วมมือในทุกๆด้าน และจะขยายความร่วมมือในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย และการเชื่อมโยงมายังภาคตะวันออกชองประเทศทย รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมาให้มากขึ้น

พร้อมขอบคุณประชาชนและรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการสร้างสันติภาพการพัฒนาเศรษฐกิจของเมียนมา รวมทั้งการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยตลอดมา ซึ่งการหารือในวันนี้ยังมีเรื่องการดูแลแรงงานเมียนมาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันว่าทุกอย่างจะอยู่ภายใต้กฎหมายของไทยและการดูแลสิทธิของแรงงานเมียนมา

ข่าวน่าสนใจ

Close