“เผ่าภูมิ” เงินหมื่นเฟส1ลดเหลื่อมล้ำเร็วขึ้น 3 ปี
“เผ่าภูมิ” เงินหมื่นเฟส1เงินลงจังหวัดยากจน ลดเหลื่อมล้ำเร็วขึ้น 3 ปี 68% ลงร้านชุมชน 82% ใช้หมด 3 เดือน ตัวชี้วัด ศก. พุ่ง
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง ผลโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 หรือ เงินหมื่น เฟส 1 จากการประมวลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักงานสถิติแห่งชาติ ว่า “เงินกระจายถูกฝาถูกตัว” คือ จังหวัดที่มีสัดส่วนของผู้ได้รับเงินสูง คือ จังหวัดยากจน มี GPP per Capita หรือผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัวต่ำ ภูมิภาคที่รับเงินมากอยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งทำให้ภูมิภาคเหล่านี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากที่สุด
“เงินกระจายทั่วถึงทุกพื้นที่” ครอบคลุมครบทุกตำบลทั่วประเทศไทย คือ ไม่มีตำบลใดเลยที่ไม่ได้รับเงิน “เงินพุ่งสู่ร้านเล็ก ร้านในชุมชน” ร้อยละ 68 นำเงินไปใช้จ่ายในร้านค้าชุมชน/ร้านขายของชำร้านหาบเร่แผงลอยทั่วไป/ร้านค้าในตลาด ร้อยละ 30 นำไปใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อและ Modern Trade และที่เหลืออีกร้อยละ 2 ใช้จ่ายในร้านอื่นๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าการเกษตร ร้านออนไลน์
“ส่วนใหญ่ใช้เงินหมดใน 3 เดือน” ร้อยละ 82 จะใช้จ่ายเงินหมดภายใน 3 เดือน (ภายใน 1 เดือนร้อยละ 21 และ 1-3 เดือน ร้อยละ 61) “ตัวชี้วัด ศก. พุ่ง” ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่56.9 ในไตรมาสที่ 4 สูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ 3 ที่ระดับ 56.5 ดัชนีความเชื่อมั่น MSMEs ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 53.0 ในไตรมาสที่ 4 จากระดับ 49.6 ในไตรมาสที่ 3 ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจภูมิภาคปรับตัว
ดีขึ้นในหลายภูมิภาค การท่องเที่ยว การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น โดยตัวชี้วัด ศก. ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 โดยเฉพาะเดือน ต.ค.ที่เงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเต็มเดือน
“ลดเหลื่อมล้ำเร็วขึ้น 3 ปี” การศึกษาดัชนี GINI (ซึ่งใช้วัดความเหลื่อมล้ำ หากลดลงแปลว่ามีความเท่าเทียมเพิ่มขึ้น) ของกระทรวงการคลังพบว่า พบว่าช่วยลดระดับดัชนี GINIได้ 0.01 จุด ทั้งดัชนี GINI ด้านรายได้ และดัชนี GINI ด้านรายจ่าย กล่าวคือ ลดระดับความเหลื่อมล้ำลงได้ และหากเปรียบกับกรณีที่ไม่มีโครงการนี้ การที่ดัชนี GINI ลดลงได้ 0.01 จุดดังกล่าว มักใช้เวลานานถึง 3 ปี อ้างอิงตามแนวโน้มการพัฒนาการเศรษฐกิจในอดีต กล่าวคือ โครงการนี้ร่นระยะเวลาลดความเหลื่อมล้ำประเทศเร็วขึ้น 3
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





