“ฟาร์มาซีบอท”ผู้ช่วยเภสัชกรอัจฉริยะ

สถาบันกัลยาณ์ฯ สร้าง“ฟาร์มาซีบอท”ผู้ช่วยเภสัชกรอัจฉริยะ  ไขความรู้ยาจิตเวช ออนไลน์ 24  ชม. ทั้งแช็ตและคุย

สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต พัฒนา  ฟาร์มาซีบอท เป็นผู้ช่วยเภสัชกรอัจฉริยะ  ให้ข้อมูลความรู้ ความเข้าใจ การใช้ยารักษาโรคทางจิตเวชอย่างถูกต้องแก่ประชาชนกว่า 60 รายการอาทิ ยารักษาโรคซึมเศร้า ยานอนหลับ คลายกังวล ยารักษาโรคไบโพลาร์ และบริการต่างๆของสถาบันฯ ด้วยการแช็ตบอทออนไลน์คุยกับยาจิตเวช  ตลอด 24 ชั่วโมง ทางเวปไซต์ www.galyamed.com สามารถสอบถามได้ทั้งพิมพ์ข้อความและเสียงพูดทางไมโครโฟนหน้าจอโดยตรง

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์  เขตทวีวัฒนา กทม. เพื่อติดตามการดำเนินงานพัฒนาระบบบริการประชาชนที่เจ็บป่วยทางจิต เมื่อเช้าวันนี้ ( 23 สิงหาคม 2561 ) ว่า  สถาบันกัลยาณ์ฯนอกจากเป็นโรงพยาบาลจิตเวชที่มีความเชี่ยวชาญดูแลรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคจิตเวชทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อาการรุนแรง ยุ่งยาก ซับซ้อนทุกโรค ให้มีสภาพกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณที่สูญเสียไปจากความเจ็บป่วย ให้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว  ยังทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลทางวิชาการในระดับประเทศทำหน้าที่ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีต่างๆเพื่อพัฒนาบุคลากรสาธารณสุข ผลักดันทางนโยบายในการพัฒนาระบบบริการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดีทางกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อขยายผลใช้ทั่วประเทศ  ในภาพรวมของการพัฒนาระบบบริการสถาบันกัลยาณ์ขณะนี้อยู่ในระดับแนวหน้า มีความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้บริการอย่างรวดเร็ว  สร้างความเชื่อมั่นทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย  จัดสถานที่ สิ่งแวดล้อมต่างๆทั้งในและนอกอาคารบริการที่สร้างสรรค์ มีความเป็นมิตร  ช่วยให้ผู้ป่วยและญาติรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสุขและมีความหวังขึ้น ให้การดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างญาติมิตรและมีมาตรฐานเดียวกัน ต่อวันให้การดูแลผู้ป่วยประมาณ 500 คน  เป็นผู้ป่วยที่มีคดีเฉลี่ยวันละ 25 คน ซึ่งร้อยละ 90 เป็นชาย

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ผู้ป่วยทางจิตที่อาการรุนแรง ยุ่งยากซับซ้อนกว่าร้อยละ 90 เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง          แต่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขได้เหมือนกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางกายทั่วไป หากกินยาควบคุมอาการและพบแพทย์ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง  แต่ที่ผ่านมาผู้ป่วยมักจะกินยาไม่ต่อเนื่องหลังจากอาการดีขึ้น  เนื่องจากเข้าใจผิดว่าหายเป็นปกติแล้ว รวมทั้งไม่กล้ากินยาต่อเนื่องเพราะกลัวติดยา ซึ่งมักพบในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เป็นต้น  หรือกังวลผลข้างเคียงของยา ไม่กล้าใช้ยาต่อ  ทำให้อาการกำเริบส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นและต้องเริ่มรักษาใหม่  โอกาสหายขาดหรือทุเลาจากโรคลดลง  สถาบันกัลยาณ์ฯจึงได้พัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่าเอไอ Artificial Intelligence :AI) คือฟาร์มาซีบอท ( Pharmacybot) เป็นผู้ช่วยเภสัชกรอัจฉริยะ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจตัวยาต่างๆที่ใช้รักษาโรคของสถาบันกัลยาณ์ฯแก่ผู้ป่วยและญาติ   โดยผู้ป่วยจิตเวชที่รักษาที่รพ.จิตเวชแห่งอื่นก็สามารถใช้ได้ด้วย เนื่องจากเป็นยามาตรฐานเดียวกัน   เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาการขาดยาของผู้ป่วยจิตเวชในอนาคตลดน้อยลง

ทางด้านนายแพทย์ศรุตพันธุ์  จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กล่าวว่า  ในการจัดทำข้อมูลด้านยาจิตเวชที่สถาบันกัลยาณ์ฯใช้ซึ่งมีกว่า 200 รายการ เพื่อให้ประชาชนหรือบุคลากรทางการแพทย์มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลต่อการรักษาโรค และอาการข้างเคียงที่อาจมีได้ในผู้ป่วยบางราย  โดยบริการผ่านทางเวปไซต์สถาบันกัลยาณ์ คือ www.galyamed.com ตลอด 24 ชั่วโมง  จะปรากฏรายการให้เลือก 2 วิธี คือ การสแกนคิวอาร์โค้ด ( QR code) ด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน   ข้อมูลจะปรากฏทันที  วิธีที่ 2 คือการแช็ตบอท ที่เมนู ทอล์ก ทู ฟาร์มาซีบอท ( Talk to Pharmacybot ) หรือคุยกับยาจิตเวช ใช้ได้ 2 วิธี คือสอบถามโดยการพิมพ์ชื่อยาจิตเวชที่กำลังใช้อยู่ และพูดถามที่สัญลักษณ์ไมโครโฟนที่หน้าจอ ก็จะปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับยา  ขณะนี้ได้จัดทำรายการยาที่ใช้บ่อย  60 กว่ารายการ

เช่น ยารักษาโรคจิตเภท ยาคลายกังวล ยานอนหลับ ยารักษาโรคอารมณ์แปรปรวน  ไบโพลาร์ ยารักษาโรคสมาธิสั้น ยารักษาโรคสมองเสื่อม เป็นต้น  รวมทั้งผลข้างเคียงของยาแต่ละชนิด    จะเร่งทำให้ครบถ้วนทั้งหมด  จะทำให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจยาที่แพทย์สั่งรักษามากขึ้น  นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามเบอร์โทร  บริการตรวจรักษาของสถาบันฯอีกด้วย

นายแพทย์ศรุตพันธุ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้จัดช่องทางที่ 3 คือ แอพพลิเคชั่น “ยาจิตเวช”  ขณะนี้สามารถติดตั้งแอพฯนี้ได้ทางระบบแอนดรอยด์ โดยดาวน์โหลดผ่านทางเพลย์สโตร์ (Play store) ดูได้แล้วกว่า 30 รายการ โดยจะเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมรายการยาทั้งหมด ภายใน 1-2 เดือนนี้  ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับกระแสการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในยุค 4.0 ซึ่งผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี2561 คนไทยอายุ6ปีขึ้นไปที่มีประมาณ 63.3 ล้านคน  ใช้โทรศัพท์มือถือ 56.7 ล้านคน ใช้อินเตอร์เน็ตประมาณ 36 ล้านคน ซึ่งร้อยละ 95ใช้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน  ซึ่งในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชและญาติประมาณร้อยละ 70 มีโทรศัพท์มือชนิดนี้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลที่ได้ตามมาคือการลดการใช้กระดาษ ลดโลกร้อน ซึ่งต่อไปจะสามารถใช้ระบบนัดผู้ป่วย ติดตามผลการรักษาผ่านทางมือถือในระดับรายบุคคลได้ด้วย

ข่าวน่าสนใจ

Close