วัยรุ่น-วัยทำงานเสี่ยงโรคเท็กซ์เนคซินโดรม

รพ.เอส สไปน์ฯ ชู นวัตกรรมใหม่รักษาเท็กซ์เนคซินโดรม สังคมก้มหน้า ไทยแลนด์ 4.0 -วัยรุ่น วัยทำงานเสี่ยงสุด

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ (S Spine Hospital and nerve) เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยเสี่ยงต่อการเป็นเท็กซ์เนค ซินโดรม (text neck syndrome) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการทำงาน และการก้มเล่น โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ทั้งนี้ จากการสำรวจยังพบ อีกว่า อาการปวดคอ และปวดหลัง มีสัดส่วน เท่าๆ กัน ทำให้อัตราคนไข้มีสูงขึ้น จึงทำให้โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ เล็งโอกาสทางการเติบโตธุรกิจทางการแพทย์ ลงทุนเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางการรักษาโรคปวดหลัง ที่ เกิดจากกระดูกเคลื่อน หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท ได้มาประมาณ 1 ปีกว่า ตลาดตอบรับดีมาก จากกลยุทธ์แบบปากต่อปาก (Word of Mouth Marketing) ที่ลูกค้ารักษาแล้วได้ผลดีแล้วนำไปบอกต่อ จึงทำให้ขยายตัวไปอย่างรวดเร็วถึงเดือนละ 10-20 % โดยกลุ่มลูกค้าแบ่งสัดส่วนเป็นคนไทย 50 % ต่างชาติ 50 % ซึ่งต่างชาติส่วนใหญ่แล้วก็จะมาจาก ตะวันออกกกลาง กัมพูชา เมียนมา และฝรั่งเศส มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

สำหรับจุดแข็งของโรงพยาบาล คือ การมีทีมงานแพทย์ และพยาบาล เฉพาะทางโรคกระดูกสันหลังและระบบประสาท ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ทำให้รู้ลึก รู้จริง สามารถรักษาได้ตรงจุด การวินิจฉัย ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ประกอบกับการนำนวัตกรรมสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้ามาช่วยในการรักษา ใช้เลเซอร์และส่องกล้องนำวิถีในการผ่านตัดเป็นหลัก และราคาถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆ ถึง 30% และนอกจากนี้ ยังมีห้องผ่าตัดมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยระดับโลก ทำให้รักษาถูกต้องตรงจุด เกิดข้อผิดพลาดน้อย มีระบบออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย คนไข้สามารถดูผล และฟังการวินิจฉัยไปพร้อมๆ กับหมอได้ การรักษาผ่าตัดด้วยระบบการยิงเลเซอร์นั้นจะมีแผลเล็กมาก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน ใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็สามารถเดินได้เหมือนคนปกติ ตอบโจทย์ผู้ป่วยให้สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว ไม่ทรมาน และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ข่าวน่าสนใจ

Close