ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่(คลิป)

 

ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากประเด็นสงครามทางการค้าที่สร้างความไม่แน่นอนและทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง รูปร่างหน้าตารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจริงหรือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ภาคเอกชนจับตารอในขณะนี้ เพื่อดูทิศทางนโยบายในการผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศท่ามกลางความผันผวนจากภายนอกประเทศ และประเด็นทางการเมือง

ซึ่งหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป หรือมีอุปสรรค ทำให้ภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ลดลงจากเป้าที่หลายสำนักคาดการณ์ไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่แถลงโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ขยายตัวที่ร้อยละ 2.8 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ร้อยละ 3.6 โดยปัจจัยหลักมาจากประเด็นสงครามทางการค้าและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ตั้งเป็นไปในทิศทางเดียวกันสำหรับทิศทางเศรษฐกิจ ที่หลายสำนักทั้งในและต่างประเทศคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง รวมทั้งทิศทางสงครามทางการค้ามีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาจส่งผลต่อการค้าในตลาดโลกให้ชะลอตัวลง

ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ภาคเอกชนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ต่างจับตาไปที่หน้าตาของรัฐบาลที่จะมีการจัดตั้ง หลังการเปิดสภาผู้แทนราษฎรในช่วงวันที่ 24-25 พฤษภาคมนี้ เพราะถือว่าที่ผ่านมาแม้จะผ่านการเลือกตั้งไปแล้วก็ยังมีความคลุมเครือและไม่ชัดเจน ใครจะมาเป็นรัฐบาล แต่สิ่งที่สำคัญคือนโยบายที่จะมาก่อนจะตั้งว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้ไปรอดผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งคำชี้แจงและแนะแนวทางทั้งจากทางธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะผู้ดูแลนโยบายการเงิน และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันคือการใช้มาตรการพยุงเศรษฐกิจและมาตรการบรรเทาผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายประชานิยม
หลังจากนี้ไปคงต้องติดตามว่าประเทศไทยจะเดินหน้ารอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้หรือไม่

ข่าวน่าสนใจ

Close