แจงภาษีลงทุนตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม(คลิป)

 

ภายหลังจากราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ.2562 โดยสาระสำคัญมีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อจัดเก็บภาษีจากการลงทุนในตราสารหนี้ของกองทุนรวมในอัตรา 15% จากเดิมไม่ได้จัดเก็บ โดยแก้ไขคำนิยามของทุนรวมให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นจาก 90 วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือให้มีผลบังคับใช้เริ่ม 20 สิงหาคม2562 และมีกระแสข่าวเกี่ยวกับผลตอบแทนที่ลดลงทำให้นักลงทุนต่างวิตกกังวลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผลตอบแทนที่มีการลงทุนผ่านกองทุนรวมดังนั้นนักวิเคราะห์จากหลายบริษัทหลักทรัพย์รวมถึง สมาคมบริษัทจัดการกองทุน ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักลงทุน

โดย นายวศิน วณิชย์วรนันต์ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) บอกว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้จากหารลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม 15% ตามที่มีประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ.2562 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลใช้บังคับหลังจากประกาศภายใน 90 วัน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม2562 นี้

สำหรับประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่า กระทบต่ออุตสาหกรรมกองทุนตราสารหนี้ที่อยู่ในระบบขณะนี้ 2.5 ล้านล้านบาทน้อยมาก เนื่องจากกองทุนตราสารหนี้ทุกประเภทที่เสนอขายไปก่อนหน้านี้รวมถึงกองทุนฯที่จะมีการเสนอขายก่อนวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่อยู่ในช่วงระยะเวลา 90 วันตามที่พ.ร.บ.ฯกำหนด ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนเดิม ขณะที่กองทุนฯที่ออกใหม่นับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป ผลตอบแทนมีการลดลงบ้างจากเดิมเฉลี่ยผลตอบแทนที่ 2% จะลดลงแบบทยอยลดลงมาแตะที่ระดับ 1.90% ซึ่งไม่ลดลงทันทีที่ 1.70%ตามที่เป็นกระแสข่าวกัน

ด้าน นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทยบอกว่า การ จัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยจะทำให้เกิดความเท่าเทียมกับคนที่ซื้อขายโดยตรงไม่ผ่านกองทุน และเมื่อมีผลบังคับใช้จะไม่กระทบต่อผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้

เนื่องจากไม่ได้ลดอย่างรุนแรง 15% ในทันที แต่จะทยอยชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นนักลงทุนไม่ควรวิตกกังวลและไม่ควรขายออกแต่ควรถือไว้ ขณะที่ผู้รับความเสี่ยง คือ ผู้จัดการกองทุนที่จะต้องจัดสรรการลงทุน ให้ได้ผลตอบแทน เท่ากับของเดิมที่ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องการ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจากการจัดเก็บภาษีจะไม่ส่งผลให้นักลงทุน หันไปลงทุนในประเภท อื่นๆ  เนื่องจากการลงทุนผ่านกองทุนรวม เป็นการลงทุนที่กระจายความเสี่ยงและสามารถเลือกได้หลากหลายรวมถึงมีผู้มาช่วยวิเคราะห์การลงทุนสำหรับกฎหมายที่บังคับใช้ให้ต้องเสียภาษี คือ กองทุนรวมทุกประเภททุกนโยบายที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบริหารเอง ส่วนที่ได้รับการยกเว้นภาษีคือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ, กองทุนรวมที่จัดตั้งเพื่อรองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับการเกษียณในอนาคต

ข่าวน่าสนใจ

Close