“กัญชา”กับท่าทีการเมือง

การประกาศจุดยืนชัดเจนของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่หลายคนรอความชัดเจนว่า สุดท้ายแล้วพรรคภูมิใจไทย จะเข้าร่วมกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาล แต่นโนบายที่โดดเด่นของพรรคภูมิใจที่ชนะการเลือกตั้งในหลายเขต และได้จำนวน ส.ส.เกือบ 50 ราย คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เป็นเพราะนโยบายปลูกกัญชาเสรี ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ นายอนุทิน จะประกาศชัดว่า”หากร่วมรัฐบาลกับใครที่ไม่เอากัญชา เราก็ไม่เอาและพร้อมเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่นาทีนั้น” ดังนั้นหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริง นโยบายปลูกกัญชาได้เสรีอาจจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้ประชาชนก็เป็นได้

 

ตอกย้ำความตื่นตัวเรื่องกัญชายิ่งขึ้น เมื่อทันทีที่ กฎหมายนิรโทษครอบครองกัญชา ตามมาตรา 22 แห่ง พรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัตินำหลักฐานมาแจ้งสิทธิในการครอบครองกัญชาภายใน 90 วัน ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายและได้ปิดการแจ้งสิทธิ์ขอครอบครองกัญชาไปเรียบร้อยแล้ว โดยพบว่ามีหน่วยงานภาครัฐและผู้ป่วยขอแจ้งสิทธิ์ครอบครองกัญชาเกือบ 2 หมื่นราย โดย อย. ย้ำว่าการแจ้งครอบครองกัญชา ต้องใช้ในทางการแพทย์ หรือใช้รักษาโรคเท่านั้น ไม่ใช่การอนุญาตให้ปลูกกัญชาแต่อย่างใด

ด้าน นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส.เปิดเผยแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายกัญชา ภายหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ว่าผู้ที่จะได้รับอนุญาตปลูกหรือผลิตกัญชาได้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ อย. และ 5 ปีแรก ต้องดำเนินการโดยรัฐหรือร่วมกับรัฐและรัฐบาลยังได้สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยกัญชา เพื่อพัฒนาตำรับยาเพิ่มขึ้นจาก 16 ตำรับยา ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาโดยถูกกฎหมายและดำเนินการปลูกแล้ว 2 องค์กร คือ องค์การเภสัชกรรม โดยประมาณเดือนกรกฎาคม จะสามารถสกัดน้ำมันจากกัญชาที่ปลูกได้ ประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 ซีซี และมหาวิทยาลัยรังสิตที่ได้รับใบอนุญาตให้ปลูกแล้ว ขณะที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อยู่ระหว่างการขออนุญาตปลูกเช่นกัน

ข่าวน่าสนใจ

Close