“ศก.โควิด”เหตุต่อ“พรก.ลุง”?

@ต้องพึ่งบริการ”หมอทวีศิลป์”ที่มีแม่ยกทั่วประเทศเฝ้าหน้าจอติดตามทุกวัน ตามเคยในการอธิบายการเหตุผล การ”ต่อพรก.ฉุกเฉิน” ที่วันนี้ ศบค.”ศูนย์โควิด” ”ลุงตู่”นั่งหัวโต๊ะ ก็เคาะตามที่ “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” หรือ สมช.สรุปเมื่อวาน(21พ.ค.) ตามฟอร์ม คือให้ ต่อพรก.ฉุกเฉินออกไปถึง 30 มิ.ย. ด้วยเหตุผล เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข โดยมี 3 ปัจจัย คือ ทำให้มีความเอกภาพรวดเร็วมีประสิทธิภาพมีมาตรฐานกลางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ 2.การเตรียมการรองรับในระยะต่อไปของเฟส3 และ 4 ที่มีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องมีมาตรการตามกฎหมายคอยกำกับ และ 3.สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังไม่สิ้นสุด หลายประเทศยังคงมีการระบาด และมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับที่สูง และเมื่อไทยได้จัดทำมาตรฐานผ่อนคลายครบทั้ง 4 ระยะแล้ว จำเป็นจะต้องมีระยะเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เช่น มาตรการด้านกฎหมายและแผนปฏิบัติการในการบริหารกิจการ เพื่อรองรับกับความเสี่ยงที่อาจจะกลับมาอีกครั้ง

@เรียกว่าเป็นความพยายามอธิบาย”ปิดจุด”จากที่”เลขาสมช.” และ”โฆษกรัฐบาล”รวมถึงผู้คนในรัฐบาล แจงไว้เมื่อวานว่าเรื่องนี้”ไม่เกี่ยวการเมือง”ที่กำลัง”นัว”ทั้งศึกในศึกนอกรัฐบาล ในขณะที่ห้วงเดือนนี้ก็เป็น”สัญลักษณ์”ทางการเมือง ที่มีทั้งเหตุการณ์พ.ค.เลือดปี53 ครบ 6 ปึคสช. ยึดอำนาจและ ได้จังหวะเข้าสู่โหมดการเมือง”ตรวจสอบโควิด” เปิดสภาสมัยสามัญวันนี้(22พ.ค.) ก่อนจะมีการ”ซักฟอก”พรก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท วันพุธหน้า 27 พ.ค. ดังที่มีการวิจารณ์จากฝั่ง”แดง-ส้ม”ที่บางส่วนมาเคลื่อนไหวหน้า บก.ทบ.ช่วงสายวันนี้(22พ.ค.) ว่า การต่อ“พรก.ฉุกเฉิน”เพื่อไว้ป้องกัน”ม็อบไล่ลุง”ที่ขยับมาตั้งแต่”ลุงตู่”คลายล็อคเฟส1 และชัดในช่วง เฟส2 เปิดห้าง ขยายเวลาเคอร์ฟิว 5 ทุ่ม(17พ.ค.)

@กระนั้นในภาพคู่ขนาน”โควิดขาลง”ที่”ลุง”ยังคง”พรก.ฉุกเฉิน”ไว้เพื่อฉายเดี่ยวไม่เกี่ยวใคร ก็มีความน่าสนใจในคำเตือนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะบรรดา”กูรูเศรษฐกิจ”กับสภาพการณ์ของ”ผลกระทบ”จาก”โควิด” ในเชิง”ปากท้อง”และ”เศรษฐกิจ”ภาพใหญ่ ที่ทั่วโลก”บักโกรกหนัก”เหมือนกัน โดยมองจังหวะของรัฐบาลไทย ว่า”คลายล็อกดาวน์”ช้าเกินไปจนเกิดความเสียหาย ยิ่งเมื่อมีการออกมาแถลงของ”กระทรวงการคลัง”ว่าจะงดประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 1–2 ชั่วคราว จนกว่าการระบาดของโควิด-19 จะเข้าสู่ภาวะปกติ ก็ยิ่งทำให้บางฝ่ายรู้สึก”ผิดปกติ” และมองไปถึงเรื่องการปิดข้อมูลตัวเลข ข้อเท็จริงของสถานการณ์เศรษฐกิจ

@ที่อย่าลืมว่า”สัญญาน”ตัวเลขทุกตัวยามนี้มีแต่ ”ตัวแดง” มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ การท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามากกว่าที่คาด การบริโภคและการลงทุนของเอกชนในประเทศก็หดตัว กว่าที่ประเมินไว้ การว่างงานก็เพิ่มสูงขึ้น และเงินเฟ้อมีแนวโน้มติดลบมากกว่าที่คาด สถานการณ์ยํ่าแย่กว่าที่คิด ยิ่งหากลากโควิดยาวถึง 3-4 เดือน ก็มีแนวโน้มจะเกิดความวุ่นวายจาก”ความหิว”หนักกว่าภาพที่ได้เห็นเมื่อ 1-2 เดือนทีผ่านมา โดยตัวเลขจาก”หอการค้า”บอกแลวว่าแค่ 2 เดือนโควิด คนตกงาน 7 ล้าน หากลากต่อ 4 เดือน มีถึง 10 ล้านแน่ ขณะที่หลายหน่วยงานก็มีการคาดการแล้วว่า เศรษฐกิจโลกปี 63 มีแนวโน้มหดตัว 3.0% การค้าโลกหดตัว 12.9% ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบสูงที่สุดในอาเซียน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย และไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 63 มีแนวโน้มหดตัวสูงถึง -5.3% และ -6.7%

@ทั้งหมดทั้งมวล มีการประเมินจากหลายฝ่ายว่าเอาเข้าจริงเหตุแห่งการต่อ พรก.ฉุกเฉิน ของลุง อาจไม่ใช่แค่”กันเหนียว”กับโรคระบาดหรือ”ม็อบเทศกาลพ.ค.”อย่างเดียว หากแต่ ”ลุง”ย่อมรับรู้ว่า”เอฟเฟ็กต์”เศษฐกิจปากท้อง ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบกับ”ลุง”หลังโควิดแน่ ยิ่ง “มาตรการคลายล็อคดาวน์จากฟส 1 มาถึง 2 ตอนนี้ ”ยังกระท่อนกระแท่นในการ”บาลานซ์”ระหว่าง”โรคระบาด”และ”ปากท้อง”จนยากปฏิบัติในชีวิตจริงของประชาชนที่ส่งผลกับผู้ประกอบการไม่น้อย ที่แม้ว่า วงถก ศบค.วันนี้(22พ.ค.) จะมีภาพ ”ลุงตู่” ออกอาการห่วงเศรษฐกิจอยู่บ้าง โดยให้ “เลขาสมช.”ในฐานะ”ประธานคณะกรรมการกลั่นกรอง” ไปดูว่าใน”เฟส3”ให้พิจารณาเรื่อง เดินทางข้ามจังหวัด การท่องเที่ยวชุมชน การเข้าพักโรงแรม เปิดห้องพัก เพื่อให้เศรษฐกิจไหลได้ โดยบอกว่า ความมั่นคงนั้นไม่ใช่เรื่องความมั่นคงตำรวจทหาร แต่เป็นเรื่องความมั่นคงทางสาธารณสุขจึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ แต่โดย”กายภาพ”ของสถานการณ์ถัดไปทางเศรษฐกิจปากท้องจากนี้ ก็ยังน่าห่วงไม่น้อย

ข่าวน่าสนใจ

Close