อย่าประมาทสมการ”โควิด”?

@จับอารมณ์”ลุงตุ่”ที่ดูสบายใจยิ้มออกได้ ภายใต้หน้ากาก ที่วันนี้เรียกรประชุม ครม.ทั้งคณะ เพื่อหารือการขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้”สงครามโควิด”แบบเจอหน้าเจอตาที่ทำเนียบฯ หลังจากที่ปรากฏตัวเลขการลดลงเป็นวันที่ 2 ของตัวเลข”ผู้ติดเชื้อ”โดย ศบค.บอกว่าวันนี้มีผู้ติดเชื้อเพียง 38 ราย ลดลงจากผู้ติดเชื้อเมื่อวาน51 ราย รวมป่วยสะสม 2,258 เสียชีวิต 1 เสียชีวิตสะสม 27 รักษาหาย 31 รักษาหายสะสม 824 ราย

@เรียกว่าน่าสนใจทั้งการหลุดจากร้อยถึงร้อยกว่ามาที่ 51 ราย ก่อนจะตามมาด้วย 38 ราย ที่หลายฝ่ายกำลังวิเคราะห์กันถึง”จังหวะ”เวลา ที่”ลุงตู่”ตัดสินใจใช้ยาแรง ตั้งแต่ การออก พรก.ฉุกเฉิน 26 มี.ค.12-13 วันก่อน และ การประกาศ”เคอร์ฟิว”3 เม.ย. 4วันก่อนหน้านี้ ที่ทำเอาตกใจกันทั้งประเทศเมื่อเกิดเหตุการณ์”ผีใหญ่”คนไทย152คนบินมาจากต่างประเทศทางยุโรปอเมริกา อ้าง”ผู้ใหญ่”แหกด่าน เข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ(3เม.ย.)จนต้องไล่ตามจับตัวกลับมากักตัว ท่ามกลางเสียงบ่นก่นด่าทั้งต่อพฤติกรรม”ผีใหญ่”และตำหนิเรื่องการประสานงานและการสื่อสารของรัฐบาลจนทำให้เกิดปัญหาการปฏิบัติ”หน้างาน”

@ที่เหตุการณ์นี้ ทำให้เกิดการตื่นว่า 152”ผีใหญ่”ที่ถูกปล่อยกลับบ้านไปก่อนหน้า จะแพร่เชื้อลุกลามเพราะมาจากประเทศหนักๆทั้งนั้น จนเกิด”ข่าวลือ”ว่า”ลุงตู่”จะมีการ”ยกระดับเคอร์ฟิว24ชั่วโมง” ยิ่งเมื่อมีหนังสือจากปลัดมหาดไทยออกมาในท่วงทำนองสั่ง”ผู้ว่าราชการ”ทุกจังหวัดสแตนบาย ก็ยิ่งไปกันใหญ่จนต้องออกมาปฏิเสธกันแต่ก็ไม่ใช่ว่าไมมีการเตรียมยกระดับ เพราะอย่าลืมว่า”ลุงตู่”ก็เคยบอกแล้วว่าถ้า”หนักสาหัส”ก็อาจเพิ่มจาก 6 เป็น 8 และ 10 ชม.ตามลำดับ เพียงแต่ต้องดูจาก”เหตุการณ์”ด้วย

@ดังนั้นการที่ตัวเลข”ผู้ติดเชื้อ”51 ราย ออกมาเมื่อวานแบบ”ลดฮวบ”จากระดับ100กว่าที่ต่อเนื่องมาหลายวัน จึงบังเอิญเป็นเหตุเป็นผลกับการที่รัฐจะบอกได้ว่า”เคอร์ฟิว24ชม.”เป็นเพียง”เฟกนิวส”ที่ไม่จริง ยิ่งมาวันนี้ 38 ราย ยิ่งทำให้คล้ายจะพอคลายใจได้ แต่ก็ยังไม่พ้นห่วงโดย ครม.วันนี้จะมีเรื่องของกระทรวงศึกษา ยังให้เลื่อนการเปิดเทอมออกไป 1 ก.ค.แต่ก็มีลักษณะคล้ายของมหาดไทยที่เป็นเชิงมาตรการ”กันไว้ดีกว่าแก้” @แต่ที่น่าสนใจอีกอันคือข้อมูลสมการ”ตัวเลข”ที่เริ่มมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตและมีการอธิบายจาก ศบค.วันนี้(7เม.ย.) คือ”ตัวเลขการตรวจ”ที่ไทยมีอัตราการตรวจช้าและมีอัตราตัวเลขต่ำกว่าหลายๆประเทศที่มีตัวเลขติดเชื้อพุ่งในแต่ละวัน เช่น รายงานจาก worldometers.info ที่ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยตรวจ test ไปทั้งสิ้น 25,071 ตัวอย่าง คิดเป็น 359 tests ต่อประชากร 1,000,000 คน พบผู้ป่วย 2,220 คน (คิดเป็น 8.85%) แต่จากข้อมูลของ งกระทรวงสาธารณสุขพบว่า จำนวนตัวอย่างที่ได้รับการตรวจโควิด ด้วย RT-PCR ตั้งแต่เดือนมกราคม – วันที่ 4 เมษายน 2563 มีการตรวจไปแล้ว 71,860 ตัวอย่าง คิดเป็น 1,029 tests ต่อประชากร 1ล้านคน น้อยกว่าเกาหลีใต้ 8.7 เท่าและน้อยกว่าเยอรมัน 10.6 เท่า โดยสาเหตุที่ตรวจได้ช้าช่วงแรก ว่ากันว่า นอกจากปริมาณของห้องแล็บมีน้อยและส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ แต่ปัจจุบันมีห้องแล็บทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชนที่สามารถตรวจได้แล้ว 77 แห่ง สามารถตรวจได้วันละประมาณ 20,000 Tests และกำลังขยายเป็น 107 แห่งภายในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นกฎเกณฑ์และค่าใช้จ่ายก่อนหน้านี้ ที่ภายหลังมีระบบประกันสุขภาพมารองรับและรวมศูนย์ข้อมูลทำให้ไวขึ้น

@ที่ก็สอดรับกับ ข้อมูลจากการชี้แจงของ โฆษกศบค(7เม.ย.).ที่ยืนยันว่า ความสามารถในการตรวจหาเชื้อของไทยปัจจุบัน มีความสามารถในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โรงพยาบาลใน กทม. 10,000 ราย โรงพยาบาลในต่างจังหวัด รวม 10,000 ราย ความสามารถในการตรวจรายวัน ทั้งประเทศ รวม 20,000 ราย แต่อนาคตจะพัฒนาให้ได้ 100,000 ราย ซึ่งหากเป็นไปดังว่าการตรวจจะครอบคลุมมากยิ่งขึ้นและตัวเลขอาจแตกต่างจากที่เห็น ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่ปัจจัยการ”ควบคุม”การระบาดด้วย

@ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่า”ตัวเลขติดเชื้อ”ที่ออกมา2หลัก ทำให้หลายคนดูสบายใจรวมถึง”ลุงตู่”แต่ก็ใช่ว่าจะเบาใจกับ”ปัจจัยแทรกซ้อน”และ”ข้อมูลตัวเลข”ที่ยังมองไม่เห็นจาก”กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัว”ที่ว่ากันว่ากลุ่มนี้ก็มีเปอร์เซ็นต์สูง ที่จะส่งผลกระทบเช่นกัน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close