“ประยุทธ์”รอดแล้ว..?

และแล้ว ปมร้อนดีกรีหมื่นฟาเรนไฮต์ อย่างเรื่อง “ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน” ก็เดินทางมาสุดถนนสายการลุ้นระทึกกันแล้ว หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องผู้ตรวจฯ ที่ขอให้วินิจฉัยกรณีนายกฯ นำ ครม.ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดยเรื่องนี้ ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบในองค์กรใดตามรัฐธรรมนูญ

นั้นแปลได้ว่า เรื่องนี้จบแล้ว เพราะ “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” นั้นผูกพันธุ์ทุกองค์กร ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปปฐมบทของศาลรัฐธรรมนูญกำเนิดขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี 2540  และในมาตรา 268 บัญญัติว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นๆ ของรัฐ

ต่อมามีการใช้ รัฐธรรมนูญปี 2550 ในมาตรา 218 วรรค ห้า บัญญัติไว้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ และล่าสุด รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ยังคงบัญญัติในมาตรา211 วรรค 4 ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพัน รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ

ซึ่งแน่นอนว่ามติของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้ทำให้หมุดหมายสำคัญในสัปดาห์หน้าดูจืด กร่อย และหงอยลงไปในบัดดล จากกรณีที่ฝ่ายค้านลับมีดเตรียมเชือดลุงตู่ในประเด็นถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ 18 กันยายนนี้ เพราะลุงตู่และคณะ ไม่ต้องออกหมัดโต้ตอบอะไรมาก แค่ หลังพิงศาลรัฐธรรมนูญ ยึดตามคำวินิจฉัยล่าสุด ก็ทำให้ฝ่ายค้านหัวทิ่มเอาง่ายๆ

และแน่นอนอีกเหมือนกันว่า ลุงตู่ หายใจคล่องขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว อกผายไหล่ผึ่ง ไม่ต้องหลบเหลี่ยงเหมือนเดิมๆอีกแล้ว แต่ถ้าจะประเมินว่าลุงตู่และคณะรอดตายแล้ว ดูจะเป็นการวิเคราะห์ที่เดียงสาไปหน่อย เพราะปม “ถวายสัตย์ฯ” นั้นเป็นเพียง 1 ในประเด็นร้อนที่สาดใส่เรือเหล็กของลุงตู่เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายปม หลากเงื่อน ที่ร้อยรัด หวังจะกระชากลมหายใจของรัฐบาลชุดนี้ให้หลุดลอยให้ได้

ไม่ว่าจะเป็นปมทุบกล่องดวงใจรัฐบาล อย่าง ผู้กองนัส ผู้กว้างขวาง ทำให้เกิดปรากฎการณ์เขย่า พี่พ้องน้องเพื่อนลุงตู่กันอีกรอบ แต่งวดนี้ อาศัยกลยุทธโลกล้อมประเทศ สะท้อนมากดดันให้ลุงตู่ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งในฐานหัวหน้ารัฐบาลหรือไม่ อีกทั้ง เรื่องความสง่างาม  เรื่องความเหมาะสม ก็วนเวียนกลับมาหลอกหลอน ผู้กองนัส และลุงตู่ อีกคำรบหนึ่ง

นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลยังมีปมสมการตัวเลข ที่เมื่อพรรคเล็กไม่แยแส “กล้วย” ชิงถอนตัวออกจากรัฐบาลไปแล้ว และล่าสุด ส.ส.กำแพงเพชร พลังประชารัฐ ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์  ต้องคดีคุก 4 ปี ร่วมกับแกนนำแดงล้มการประชุมอาเซียน ทำให้เสียงหายไปอีก แม้กรณีนี้จะต้องเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่มีอะไรการันตรีได้ว่า พลังประชารัฐ จะคัมแบ็ค ฉะนั้นถ้าจะดึงงูเห่าตัวไหนก็ต้องรีบทำกันแล้ว ปล่อยไว้อันตรายแน่นอน

ไม่เท่านั้น ยังต้องจับตา ศาลรัฐธรรมนูญนัด 18 ก.ย.ตัดสินปมลุงตู่ขาดคุณสมบัตินายกฯ หรือไม่ รวมไปถึงคดี 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ถือหุ้นบริษัทที่อาจเข้าข่ายประกอบกิจการสื่อมวลชน และอีกหลายประเด็นร้อนๆที่ประเดประดังเข้ามา แต่ที่สำคัญที่สุดคือปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าปล่อยให้กัดกร่อนเงินในกระเป๋าชาวบ้านไปเรื่อยๆแล้ว วันหนึ่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ก็มิอาจต้านทานได้อีกต่อไป!?

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close