เกมส์เลื่อยขาเก้าอี้”ประยุทธ์”?

เป็นอะไรที่ยังอยู่ใน “โหมดการเมือง” ว่าด้วยเรื่องความ “ไม่สมบูรณ์” แห่งการเข้าสู่อำนาจของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ทั้งปม “การถวายสัตย์” และปม “การเสนอชื่อ” “พล.อ.ประยุทธ์” ต่อที่ประชุมสภา รวมถึงสภาพการณ์ของ “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” อันเป็นผลพวงจากความก้ำกึ่งแต่แรกหลังการเลือกตั้งที่เปิดช่องให้ 19 พรรคร่วมรัฐบาลตั้งแต่พรรคขนาดกลางอย่าง “ประชาธิปัตย์” “ภูมิใจไทย” ไปจนถึงพรรคขนาดเล็ก 1 ส.ส. .ใน 9 พรรคเล็ก แบบ “พรรคไทยศรีวิไลย์” อย่าง “มงคลกิตติ์” สามารถลุกขึ้นมาต่อรองกับ “รัฐบาล” ได้แบบเปิดหน้าเปิดตา วันนี้ (13 ส.ค.) ที่แม้บางฝ่ายมองว่าเป็นการ “ปั่นราคา” ในจังหวะมีการแบ่งเค้ก “โต๊ะเล็ก” เก้าอี้ “ข้าราชการการเมือง” และเก้าอี้ “ประธานกรรมาธิการ” …จนต้องพึ่งบริการ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและ ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เจ้าเก่าออกมาไล่ “ล็อกคอ” ปิดห้อง “กล่อม” เป็นรายกรณี แถมด้วยภาพเงาของ “พล.อ.ประวิตร” ที่ถูกดันขึ้นมาเปิดหน้านั่ง “ประธานยุทธศาสตร์ พปชร.” รับมือศึกการเมืองภายในภายนอก ในจังหวะมีคิวถก 9 พรรคเล็กมะรืนนี้ (15ส.ค.)

ที่ก็ทำให้ทุกฝ่ายได้เห็นแจ้งแล้วว่าอิทธิฤทธิ์ “รัฐธรรมนูญ60” นั้นไม่ธรรมดา… ยิ่งหนนี้ถือเป็น “ความยาก” ยกกำลังสอง กับ “เงื่อนปม” การเขียนเชื่อมโยง “กฎหมายลูก” และ “กฎหมายแม่” ที่ หะแรกเขียนไว้อย่างรัดกุมซับซ้อน จนบางครั้งแม้กระทั่ง “ผู้ร่วมร่าง” ก็ลืมจนต้องกลับไปดูที่ “เจตนาแห่งกฎหมาย” กัน ที่เป้าหมายแรกๆเพื่อ “อุดรอยรั่ว” สกัดกั้น “นักการเมือง” เขี้ยวลากดินและกลุ่มทุนการเมือง เข้ามาหาประโยชน์กับ “บ้านเมือง” แต่ภายหลังปรากฎการณ์ “พลังดูด” สารพัดนักการเมืองเข้ามาในพลังประชารัฐเพื่อ “ชนะเลือกตั้ง” ทำให้ “กับดัก” เหล่านี้กลับมา “รัดคอ” รัฐบาล “ลุงตู่ภาค2” เอง..

ที่อย่าลืมว่า “ผล” ของมันส่งสัญญาณความ “ป่วน” มาตั้งแต่แรกครั้งที่ “รัฐบาล คสช.” เองก็ติดกับดัก “ค่ายกล” มาแล้ว…ยังดีหนนั้นมี “อภินิหาร” ทางกฎหมาย “ม.44” ผนวกด้วยการคอยออกมาอธิบายของ “รัฐมนตรีกฎหมาย” ศิษย์เอก “ซือแป๋ มีชัย ฤชุพันธุ์” ทำให้ทะลุทะลวงผ่านมาได้ 5 ปี จนมาเข้าสู่ “รัฐบาลประยุทธ์ภาค2” ที่หนนี้ การไม่มี “อำนาจพิเศษ” มาเป็น“ตัวช่วย” ลัดช่องทำให้แม้แต่ “อ.วิษณุ” เองก็ออกตัวไม่กล้าที่จะอธิบายให้ได้ ดังกรณีปม “ถวายสัตย์” ไม่ครบที่ทำให้ลุกลามมาถึงตัว “พล.อ.ประยุทธ์” ต้อง “ขอโทษ” และ “ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” และ เมื่อยอมรับว่า “พลาด” ก็ถูกรุมซ้ำทันทีทั้ง “ภายใน” ที่จ้องเลื่อยขา และ “ภายนอก” ที่จ้อง “เจาะ” ท้องเรือเหล็ก ไม่ว่าจะเป็น “ฝ่ายค้าน” หรือ “คนในพรรครัฐบาล” เองที่คอยเสนอ “ทางออก” ให้ “ลุงตู่” ลาออก กลับไป “นับหนึ่ง” ใหม่..หรือ “นักร้อง” อย่าง “ศรีสุวรรณ จรรยา” ที่ออกมาตอกตะปูซ้ำวันนี้ (13ส.ค.) ไปยื่น ป.ป.ช. หาว่า “ลุงตู่” เจตนาละเลย เพราะยังเพิกเฉยปล่อยให้ปม “ถวายสัตย์” ล่วงเลยมาโดยไม่รีบแก้ไขให้ถูกต้อง

เรียกว่านาทีนี้ในใจ “นายกฯลุงตู่” น่าจะเหนื่อยใจและเบื่อไม่น้อยกับการจะแก้ปัญหา “การบ้าน-การเมือง” ที่เป็นเรื่อง “ภายใน” ที่มุ่งประโยชน์กลุ่มพรรค กับเกม “เลื่อยขาเก้าอี้” ตัว “ผู้นำ” รัฐบาลผสมตามการออกแบบรัฐธรรมนูญ คือแค่เซล้มก็โดนหวดซ้ำทันที..

ดังนั้นในจังหวะที่สถานการณ์บ้านเมืองยังต้องการ “กัปตัน” เป็น “ผู้นำ” มาตัดสินใจ กับศึกนอกประเทศ ระดับโลกยังน่าห่วงกับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ส่งสัญญาณกระแทกกระทั้นประเทศไทยชัดเจนกับปัจจัยอันตรายรอบด้านในระดับการทำสงครามการค้าของสองยักษ์ใหญ่ตะวันตกตะวันออก “สหรัฐ-จีน” ที่ส่งผลต่อ ประเทศเอเซียและโลกใน “รูปแบบ” ต่างๆ แม้แต่กรณีความวุ่นวายในฮ่องกง “สุกงอม” ใกล้ระเบิดเป็นมิคสัญญีในวันนี้วันพรุ่ง จึงจำต้องแบ่ง “การบ้าน” ให้ “พี่ใหญ่” ผู้มากบารมีการเมืองมาช่วยจัดการเคลียร์พวกเลื่อยขาเก้าอี้ “น้องเล็ก” ที.

 

ข่าวน่าสนใจ

Close