ทางออก”ประยุทธ์”?

ผลพวงแห่งปม“ถวายสัตย์”ไม่ครบ ของ“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอาชา” นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศ“รับผิดชอบเพียงผู้เดียว”ไม่ใช่ว่าจะจบลงง่ายๆจนกว่าจะมีการแสดงออกถึง“ความรับผิดชอบ”ที่ก็ไม่ใช่เพียงแต่การ“ขอโทษ”ครม.หรือประชาชนจนมีข่าวลือว่า“ถอดใจ”ลาออก กระทั่งต้องออกมายืนยันว่ายังเป็นนายกฯไม่ไปไหนไม่ต้องห่วง..ถึงกระนั้นก็ยังมีเสียงเรียกร้องอื้ออึงจากทั้งฝ่ายค้านและ“คนกันเอง”ในรัฐบาล ให้“นายกลุงตู่”ดำเนินการให้ถูกต้อง โดยมีหลายฝ่ายเสนอประมาณสองแนวทางให้“ลุงตู่”เลือกก่อนที่จะสายไปกว่านี้ จนทำให้วันนี้(12ส.ค.)”ลุงตู่”เริ่มที่จะปิดปากไม่ตอบในปมนี้

ยิ่งตอนนี้แม้บางฝ่ายจะมองข้ามว่าการออกมาเคลื่อนไหวของ“เต้-มงคลกิตติ์”พรรคไทยศิวิไลซ์ที่นัดแถลงประกาศตัวเป็น“ฝ่ายค้านอิสระ”พรุ่งนี้(13ส.ค.)และอีกบางพรรคเล็ก เป็นอาการเรียกเรตติ้ง“ค่าตัว”ในจังหวะที่เริ่มมีการพูดถึง“ขั้นตอน”ที่อาจต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ของ“นายกฯ”และครม.ถึงขนาดให้“พล.อ.ประยุทธ์”แสดงสปิริต“ลาออก” เพื่อให้ เริ่มกระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่ ให้สมาชิกรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ตั้ง ครม. ถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้วปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ซึ่งในแนวทางนี้ด้วยสภาพเสียงปริ่มน้ำ บรรดาพรรคเล็กจะกลับมามี“น้ำหนัก”อีกครั้ง

ขณะที่อีกแนว“ทางออก”ที่“กองหนุน”อย่าง“ท่านใหม่-หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล”ก็เชียร์อยู่ คือ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีมีหนังสือกราบบังคมทูลขอ พระราชทานอภัย และขอพระบรมราชานุญาตนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ ปฏิญาณอีกครั้งให้ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งในแนวนี้ แน่นอนมีการมองจากนักกฎหมายว่าผลถัดไปต้องมีการแถลงนโยบายใหม่ต่อที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง เพราะการแถลงนโยบายที่ผ่านมาไม่มีความชอบธรรม ครม.ไม่สมบูรณ์ ย่อมทำให้การแถลงนโยบายไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย ขณะก็มีผู้ท้วงติงว่า แนวทางนี้ จะเป็นการทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทหรือไม่ และผลการปฏิบัติหน้าที่ มติใดๆ ของ ครม.ชุดนี้จะมีผลทางกฎหมายอย่างไรก็ต้องนำไปสู่การตีความด้วย

ทีน่าสนใจอีกคือแม้แต่คนในพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง“เทพไท เสนพงษ์”จากพรรคประชาธิปัตย์ บางพรรคก็ออกมาเตือนว่าหาก “พล.อ.ประยุทธ์”แก้ปัญหานี้ด้วยการเลือกแนวทางอื่น หรือ“ไม่สนใจ”ดึงเวลาเป็นนายกฯจะมีกระแสกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้รัฐบาลขาดการยอมรับ ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน ยิ่งในภาวะที่เสียงสนับสนุนรัฐบาลปริ่มน้ำ พรรคเล็กพรรคน้อยออกมาข่มขู่ถอนตัวรายวัน จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลไม่มั่นคง หรือถ้าหาก ส.ส.ฝ่ายหนุนรัฐบาล ถอนตัว ป่วย ขาดประชุม มาประชุมสาย เพียง 10 คน ในวันที่พิจารณากฎหมายสำคัญๆ รัฐบาลก็จะพบกับจุดจบได้

กระนั้นมีรายงานถึงแนวทางในรัฐบาลโดยทีมกฎหมายที่พูดถึง2แนวทางออกเช่นกันคือ (1) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากวินิจฉัยว่า“ขัด”รัฐธรรมนูญ ก็ดูว่าคำวินิจฉัยนั้นจะระบุความไม่สมบูรณ์ของรัฐบาลอย่างไร เช่น
-ยังไม่มีความเป็นรัฐบาลโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีก็จะกราบบังคมทูลเพื่อนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณอีกครั้ง หรือ
-การกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญในการถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ทำให้ความเป็นรัฐบาลสิ้นสุดลง เป็นรัฐบาลที่โมฆะ ก็จะต้องมีการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อีกครั้ง พรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้รัฐสภาเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ส่วนอีกแนวทาง คือให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งจะมีการนำปัจจัยและกระแสการเมืองในเวลานั้นมาพิจารณาประกอบ โดยหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ถึงแม้จะวินิจฉัยว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็จะแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก เพื่อให้รัฐบาลนี้สิ้นสุดลง และให้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ให้รัฐสภาเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ทั้งหมดเป็น“ทางออก”ที่“นายกลุงตู่”กำลังใช้ช่วงวันหยุดนี้ตัดสินใจว่าจะเลือกทางใดในการแก้ปัญหาทางเทคนิคเพื่อการ“ไปต่อ”ของ“รัฐบาลประยุทธ์2″ภายใต้การประเมิน“กระแส”และ“ทิศทางลม”ทางการเมืองไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close