“ประยุทธ์”ออก!(มารับผิดชอบแล้วไง)

นับตั้งแต่ หกโมงเย็น วันที่ 16 ก.ค. พุทธศักราช 2562 พลันที่นายกลุงตู่นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่เสร็จสิ้น รัฐบาลก็มีอำนาจเต็มในการปฎิติงานบริหารราชการแผ่นดิน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า คำกล่าวนำถวายสัตย์ของนายกฯ จะกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ถูกโหมกระพรือ ตอกย้ำรายวัน จนทำให้ข่าวระเบิดเมืองกรุง กลายเป็นแค่สายลมพัดผ่าน

เรื่องราวนี้ถูกเปิดหัวโดยฝ่ายพรรคค้าน ก่อนที่นักร้องขาประจำ พากันไปร้องเรียนให้ ตรวจสอบ ด้านต้นเรื่องอย่าง ลุงตู่ หลังจากบ่ายเบี่ยง มาตลอด จนมาถึงวันที่เดินทางไปเป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง ลุงตู่ โชว์แมนสุดๆ แอ่นอก บอกเรื่องนี้ ขอรับผิดชอบคนเดียว ย้ำรัฐบาลต้องอยู่ต่อ ประเทศต้องเดินหน้าต่อไป

และแน่นอนว่าวรรคทองของนายกฯ “ขอรับผิดชอบคนเดียว” เหมือนจะสลัดหมอกควันที่คลุมเครือไปได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แสดงความชัดเจนแต่อย่างใด เพราะต่อมายังไม่ปรากฎว่า นายก จะแสดง “การรับผิดชอบ” ในลักษณะแบบไหน ไพลพาลทำให้ถูกตั้งข้อคำถามกันหนักๆ ว่าจะเป็นการถอดใจ ลาออกหรือไม่อย่างใด ร้อนถึงโทรโข่งหน้าใหม่ของรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ออกมาระบุว่า การที่ลุงตู่ ยินดีจะรับผิดชอบเพียงคนเดียว นั้นหมายถึงการรับผิดชอบต่อการทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถวายสัตย์ปฏิญาณตนที่ไม่ครบถ้วน

ขณะเดียวกัน เนติบริกรชั้นอ๋อง อย่าง วิษณุ เครืองาม ที่ตามปกติแล้วแม่นข้อกฎหมายอย่างยิ่ง ถามอะไรตอบได้หมด แต่กับเรื่องนี้ รองวิษณุกลับตอบคำถามสื่อแบบสุดงง คุลมเครือจัดปลัดบอกเลยทีเดียว ขณะเดียวกันในหนังสือเล่มหนึ่งของวิษณุที่ ชื่อ “หลังม่านการเมือง” มีบทหนึ่งเขียนถึง “การถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่” ได้อย่างน่าสนใจ

วิษณุเขียนไว้ว่า “สำหรับถ้อยคำปฏิญาณ ต้องเปล่งวาจาด้วยถ้อยคำที่กฎหมายกำหนด จะพูดน้อยหรือยาวกว่านี้ไม่ได้ …การกล่าวนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้กล่าวนำ “ความสำคัญจึงอยู่ที่นายกฯ ซึ่งจะผิดไม่ได้” ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะพิมพ์ลงบัตรแข็งให้อ่านเพื่อจะไม่ผิดพลาด” ขืนท่องจำผิดๆ ถูกๆ ตกคำว่า “และ” หรือคำว่า “หรือ” ไปสักตัวก็อาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ว่าถวายสัตย์ฯ ครบถ้วนหรือยัง จะยุ่งเปล่าๆ”

นั้นคือบางถ้อยคำอักษรที่วิษณุเขียนขึ้นมา และต้องบันทึกไว้ว่า วิษณุ เขียนหนังสือเล่มนี้ และตีพิมพ์ ในเดือน กันยายน 2554  และใครจะคิดว่า ในกาลต่อมา วิษณุจะมาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่มีหัวหน้าคณะรัฐมนตรี ที่มีพฤติกรรมไปสอดคล้องกับเรื่องราวที่เขาเขียนไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว และในวันนี้วิษุณกลับไม่สามารถตอบคำถามที่เขารู้คำตอบอยู่แล้วได้

อย่างไรก็ตาม วลีเด็ดของลุงตู่ ที่ว่า “ขอรับผิดชอบคนเดียว” ให้ไปตรงกับวาทะอมตะของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี คนที่ 11 ของประเทศไทย โดยเมื่อ 9 ก.พ. 2502 สฤษดิ์ เป็นนายกฯ รวบอำนาจมาไว้ในกำมือเบ็ดเสร็จ สั่งยุบพรรคการเมือง และลั่นวาจาว่า “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” ซึ่งต่อมากลายเป็นวาทะประจำตัวของจอมพล สฤษดิ์ ไปเลย

แต่อย่าลืมว่า วาทะอมตะของ จอมพล สฤษดิ์ ยังมีอีกคำคือ “พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ” ก็ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ลุงตู่ จะตามรอยนายทหารรุ่นพี่ หล่นคำนี้ออกมาหรือไม่ !

 

 

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close