ทางตันของ”ประยุทธ์2″?

ความไม่ลงตัวทางการเมืองจากจากการแบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรี ที่กลายเป็นเรื่องบ้านแตก ขันหมากล่ม หลังปรากฎการณ์ “เปย์แหลกแจกหนัก” ของผู้จัดการรัฐบาล “คนแรกอย่าง” บิ๊กป้อม “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” จนมาถึงฉากการเมืองของจริง ที่แตกต่างจากการเมือง5ปีในอาณัติ ที่ภาวะอำนาจรัฐบาล คสช. ยังแข็งตัวก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ซึ่งกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใครอ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง ไม่มีใครฟังใคร แถมยังพร้อมลำเลิกเขย่ามายังโควต้ากลางของบิ๊ก คสช.

สถานการณ์ทำท่าว่าจะตีบตันเดินหน้าไปได้ถอยไม่ได้ จนเริ่มมีการใช้มุกเก่าออกมาแบบทำให้เห็นว่าหวั่นไหวแกว่งไกวภายใน ไม่ว่าจะเป็นคำขู่ ไม่สน ไม่แคร์ สองเจ้าสาว “ประชาธิปัตย์” “ภูมิใจไทย” ที่ตัวติดกัน ถ้าจะแต่งต้องแพคคู่ โดยคน พปชร.“ณัฏฐพล” บอกว่า ไม่สนแล้วสินสอดแพงเกินไปต่อไม่ได้ จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่พร้อมยุบสภา ก่อนที่ “อุตตม” จะออกมาปฏิเสธแต่ก็ฝังมุกไว้ว่าจะการ “ล้างไพ่” ยกเลิกข้อตกลง ให้กรรมการบริหารพรรคตัดสิน และไปลงเอยที่ “พล.อ.ประยุทธ์” คัดรัฐมนตรี ตามธรรมเนียมที่ รัฐบาล คสช. ทำมา นี่ก็ยิ่งทำให้ไปกันใหญ่พรรคร่วมรัฐบาลรายอื่น ก็ชักแกว่งว่าตกลงดีลที่คุยจะไม่จบแค่คนไปคุย หากแต่ไปจบที่ทำเนียบฯ ส่วน “พรรคประชาธิปัตย์” ก็ยังยืนนิ่งอยู่กับเงื่อนไขราคาเดิม โดยปล่อยให้เกิดอาการกระเพื่อมภายในของ พปชร. ที่มีหลายกลุ่มมุ้งต่อไป

กระทั่งเกิดการปล่อยข่าวตามมาอีกมากมาย ทั้งยุบพรรคการเมืองทั้งรัฐประหารซ้ำซ้อนในจังหวะที่ “บิ๊กแดง” เข้าไปที่ทำเนียบ (29 พ.ค.) และการประกาศขออภัยในความไม่สะดวกเคลื่อนกำลังยุทโธปกรณ์ของกองทัพเข้ากรุงเทพฯปริมณฑลเมื่อวาน (30 พ.ค.) เรื่องจะโหวตนายกฯก่อนไม่สนพรรคการเมืองอื่นๆ เรื่องเตรียมสถานที่รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

หรือหนักไปกว่านั้นเมื่อมีข่าวว่าเกิดความไม่พอใจของ “กลุ่มสามมิตร” ที่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ไม่ได้ รมว.เกษตร ตามที่คุยไว้จะยกพวก ส.ส. 30 คนออกจากพรรค พปชร. จนทำให้ “สมศักดิ์” ต้องรีบออกมาชี้แจ้งล่าสุดว่าไม่ได้มีปัญหา พร้อมรับมติพรรค พปชร. หากจะสรุปออกมาอย่างไร เรียกได้ว่าทางหนึ่งเหมือน พปชร. จะทำให้เห็นว่าเคลียร์กันได้แล้วกับสามมิตรเพื่อจะยื่นเงื่อนไขต่อรองกับ ปชป. อีกครั้ง ในจังหวะที่หลายฝ่ายมองว่าเอาเข้าจริงการกระเพื่อมของ “สามมิตร” ส่ง “สัญญาณ” การขอแบ่งเก้าอี้ในโควต้าของใครกันแน่ระหว่างพรรคอื่นข้างนอกหรือ “คนกันเอง” ที่เป็นผู้ใหญ่ใน “3ป.” ที่ถือโควตากลางด้วยเหตุว่ามี 250 ในมือและกุมสภาพการเป็นนายกฯ (อ่าน:ถึงเวลาพปชร.ต้องเลือกจะเสี่ยงหรือเซฟ)

กระนั้นในหนทางที่เหมือนจะไปกันไม่ได้ทางการเมือง กับธรรมเนียมเก่า และ “วิธีใหม่” ของ “พี่น้อง3ป.” ที่ภาษาว่าเป็นการปฏิรูป จนมาสู่คำขู่ ไม่แคร์ จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็น่าสนใจคำแนะนำของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ที่ออกมาไซด์สัญญาณ โดยยกเอาข้อกฎหมาย ว่า พปชร. ยังไม่ถึงทางตัน เพราะสามารถดำเนินการตั้งรัฐบาลตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ โดยหาก “รัฐบาล พลเอกประยุทธ์” ได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา 400 เสียง แต่มีเสียงในสภาผู้แทนฯไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็สามารถบริหารประเทศไปได้ระยะยาว เพราะสามารถแก้ไขปัญหาการพิจารณากฏหมายงบประมาณแผ่นดินด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ให้พิจารณาโดยที่ประชุมรัฐสภา

และหากฝ่ายค้านเสียงข้างมากในสภาผู้แทนเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีผลให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 2 พ้นออกไป ก็เสนอให้รัฐสภาเสียงข้างมากเลือกกลับมาเป็นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 3 อีกวาระหนึ่งได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และฝ่ายค้านจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกไม่ได้ไปตลอดปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154

อันเป็นข้อเสนอดูจะไปสอดรับกับความแน่ใจของ “วีระกร คำประกอบ” พปชร. เผยไต๋เมื่อวานตอกย้ำคำ “สมศักดิ์” ช่วงร่วมตั้ง พปชร. ว่าเหตุที่ย้ายออกมาจากเพื่อไทยเพราะรัฐธรรมนูญนี้เขียนเพื่อรัฐบาล พปชร.

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อไปว่าเกมการต่อรองตั้งรัฐบาล พปชร.ของกลุ่ม 3ป. กับ การเมืองของจริง จะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

 

ข่าวน่าสนใจ

Close