รัฐบาลขั้วที่สาม?

แม้ห้วงก่อนวันหยุดจะมีภาพความชัดเจนในระดับหนึ่งผ่านหลายปรากฏการณ์ แม้กระทั่งข่าวความเรียบร้อยลงตัวเรื่องของการแบ่งโควตาตำแหน่งแห่งหนของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในปีกซีกของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อันเกิดขึ้นหลังภาพความชัดเจนปรากฏผ่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” และกรรมการบริหารพรรคแทน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม ที่พรรคประชาธิปัตย์โชว์ความมีระบบหลักการด้วยการลงมติพรรค (15พ.ค.) เป็นความชัดเจนพร้อมๆกับความเรียบร้อยในการรายงานตัวของ ส.ส.ที่ครบตามจำนวน 498 คน และมีหมายกำหนดการ “รัฐพิธี” ประชุมสภาในวันที่ 24 พ.ค. และ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาวันที่ 25 พ.ค.

ขณะวันเดียวกัน (15พ.ค.) ก็มีแอ๊คชั่นจาก กกต.ลงมติคดีการโอนหุ้นสื่อของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีมูลและส่งเรื่องให้ศาลฟันขาดคุณสมบัติการสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อจนถูกมองว่าเป็นการ “เช็คบิล” หลังจาก “ปล่อยผี” มาเพื่อให้การคำนวณคะแนนเลือกตั้งผ่านมาได้จนรับรองส.ส.แล้วที่ก็ทำให้เกิดอาการ “ดิ้นหนีตาย” แบบพร้อมชน ของ “ธนาธร” มีการประกาศพร้อมเป็นแกนนำรวบรวมเสียงจัดตั้ง “รัฐบาลขั้วที่สาม” โดยจะชวนทั้งภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์เข้าร่วม โดยมีเป้าหมายหลักเดียวกันคือสกัดการ “สืบทอดอำนาจ” ของ คสช.หลังจากก่อนหน้านี้ อนาคตใหม่ เคยเสนอ “ปิดสวิสต์ ส.ว.250” มาแล้วจนทำให้เกิดแอ๊คชั่นของ 11 พรรคเล็กประกาศสนับสนุน “ลุงตู่” แถม “ธนาธร” ยังถือโอกาสใช้เวทีที่มีสื่อต่างประเทศก่อนหน้าวันที่ 15 เพียงวันเดียว ปล่อยข้อมูลกล่าวหาว่า พรรค พปชร.มีการดีลติดต่อ “แม่” ของเขาเพื่อขอแลก 20 เก้าอี้ส.ส.พรรคอนาคตใหม่กับการล้างคดีของเขาและแกนนำพรรคที่ตัวเลขดังกล่าวบังเอิญสอดรับกับข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะมีการเผื่อเหลือเผื่อขาดกรณีท่าทีทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

กระนั้นคู่ขนานกันไปกับข่าวธนาธรที่จนถึงวันนี้ (20พ.ค.) พรรคที่ถูกเอ่ยอ้างจาก “ธนาธร” ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้รับการติดต่อใดๆ นอกจากท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่พร้อมสนับสนุนอนาคตใหม่ แถมเรียกร้องกดดันไปยังปชป.ให้มาร่วมการเมืองขั้วที่สาม โดยคำนึงถึง 3.9 ล้านคะแนน ที่ประชาชนลงให้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาตามการหาเสียงของ “อภิสิทธิ์” ไม่หนุนการสืบทอดอำนาจ มากกว่า 7 ล้านคะแนนที่เทไปยังพปชร.และปชป.หวังกู้คืนมาโดยการเข้าร่วมรัฐบาล

ขณะเดียวกันก็มีให้ข่าวจาก พปชร.ทั้งทางเปิดและปิดว่ามีการพูดคุยดีลจบลงแล้วกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ตกลงใจมาทางพปชร.ถึงขนาดมีการพูดถึงเก้าอี้รัฐมนตรีกี่ที่นั่งกันแล้ว ทั้งที่ แกนนำของปชป.เองปฏิเสธ โดยทุกคนให้รอความชัดเจนวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งก็คือหลังจากความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยวันนี้ (20พ.ค.) ซึ่งก็เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนาที่พลอยรอจะเคาะท่าทีวันที่ 23 พ.ค.หลังจากปชป.ที่มีรายงานว่าได้รับการกดดันอย่างหนักจากหลายทิศทางกับการตัดสินใจร่วมรัฐบาล กระทั่งมีการปล่อยข่าว “อภิสิทธิ์” ประกาศลาออกจากส.ส. เหตุเพราะปชป.จะร่วมพปชร. ขณะเดียวกันข่าวการสรุปจากพปชร.ให้ “สุชาติ ตันเจริญ” ชิงเก้าอี้ประธานส.ส.กับ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย ล่าสุดเมื่อวานก็ถูกตีความว่าดีลระหว่าง ปชป.กับ พปชร.ไม่ลงตัวเพราะมีข่าวก่อนหน้านี้ ว่า ปชป.ดัน “บัญญัติ บรรทัดฐาน” มาเป็นประธานส.ส.

ขณะเดียวกัน ก็น่าสนใจกับข่าวโพลสวนดุสิตที่ออกมาเมื่อวาน (19พ.ค.) ว่า ประชาชนจำนวนมากอยากเห็น “ขั้วที่สาม” พรรคอนาคตใหม่ ปชป. ภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งก็ไปสอดรับกับท่าทีเป็นนัยยะจาก “นายกลุงตู่” ที่กล่าวทีเล่นทีจริงกับ “นักข่าวทำเนียบ” ระหว่างเลี้ยงอำลาและขอบคุณเมื่อวันศุกร์ (17พ.ค.) ที่ว่าหากไม่ได้เป็นนายกฯก็กลับบ้านนอก แล้วทุกคนจะต้องคิดถึงตน แถมบอกว่าไม่ใช่มีตัวเองเต็งหนึ่งคนเดียวยังมีเต็งสองเต็งสามที่จะเป็นนายกฯ

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่าระหว่างการเดินหน้าตั้งรัฐบาลของ พปชร. โดยหนุน “ลุงตู่” ที่เหลือเวลาอีกแค่ 5 วัน จะเปิดสภา โดยมีพรรคภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ เป็นตัวแปรสำคัญ กับแนวทางขั้วที่สามใครจะมีความเป็นจริงมากกว่า หรือจะมีคำตอบแบบที่ “ลุงตู่” บอกใบ้ไว้แล้วว่าตนเป็นนายกฯที่จับต้องได้จริง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close