นายกฯวิเศษนิยม?

ไม่แปลกที่นาทีนี้ ดูเหมือนหลายฝ่ายโดยเฉพาะขั้วข้างฝ่ายอำนาจจะมองข้ามช็อตกันไปที เส้นทางการรีเทิร์นกลับมาสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่เพียงแค่อยู่เฉยๆรอการเสนอชื่อเป็นนายกฯคนต่อไป โดยไม่ต้องทำอะไร ไม่แปลกที่จะเห็นภาพของความชิวๆและมั่นใจสุดๆของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” กับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” กับการ “จัดทัพ” กองกำลังทางการเมืองให้พรรคพลังประชารัฐ ที่ในห้วงวันสุดท้าย “เส้นตาย” 26 พ.ย. ทั้งอดีตรัฐมนตรีอดีตส.ส.ของพรรคใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ “ถูกดูด” เข้ามาให้ “เลือกหยิบ” ลงในแต่ละสนามศึก แบบที่ ประกาศเลยว่า ว่าที่ผู้สมัครส.ส.คนของสามมิตร หรือ บ้านริมน้ำ ก็พร้อมจะ “หลีกทาง” ให้

โดย “สุริยะ” ยอมรับ (29พ.ย.) ว่า การจัดสรรตัวบุคคลที่จะลงสมัคร ส.ส.เรียบร้อยแล้วกว่าร้อยละ 99.99 ทั้ง 350 เขต ในพื้นที่ทับซ้อนกันมีการหลีกทางให้ไปลงบัญชีรายชื่อแทน ได้พูดคุยกันทุกกลุ่มทั้งกลุ่มสามมิตร บ้านริมน้ำและกลุ่มอื่น เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐหาผู้สมัครที่ดีที่สุด แกนนำแต่ละกลุ่มตอนนี้จะมาพูดคุยร่วมจัดทำยุทธศาสตร์พรรค จากการที่ได้ลงพื้นที่พบประชาชน เชื่อว่าจากปัจจัยภาพรวมทั้งหมด น่าจะได้ ส.ส.ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ 150 คน สูสีกับพรรคเพื่อไทยและพรรคในกลุ่มของเขา เมื่อถามว่าหากต้องตั้งรัฐบาลแล้วต้องจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีเงื่อนไขเยอะหนักใจหรือไม่ “นายสุริยะ” แสดงความมั่นใจว่าการเมืองที่ผ่านมาพอมีการเลือกตั้งในที่สุดก็ลงตัวได้ ที่ปฏิเสธว่าไม่ต้องการรวม เป็นยุทธศาสตร์เป็นลีลาการหาเสียง เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนให้พรรคตัวเองมากที่สุด แต่ในที่สุดพอพ้นการเลือกตั้งจะมาจับมือกัน เชื่อว่าจะมีหลายพรรคมาจับมือกับ “พลังประชารัฐ”

 

 

ขณะที่ “สมศักดิ์” ประกาศระหว่างหาเสียงกวักมือเรียกสมาชิกกับชาวบ้านที่ จ.แพร่ (29พ.ย.) ในแนวไม่ต่างจากเมื่อหนก่อนที่ประกาศออกสื่อว่า “รัฐธรรมนูญนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา” ว่า ไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวายอีกจึงเข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ “นายทักษิณ ชินวัตร” ไม่สามารถกลับประเทศได้ หากกลับมาคงเกิดสงครามกลางเมือง ต้องถูกจองจำ คุมขัง “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ได้เป็นเผด็จการที่ยึดอำนาจมา แต่มาเพราะว่ามีความขัดแย้งระหว่างเสื้อแดงเสื้อเหลือง เพื่อรักษากฎหมายบ้านเมือง ขอสนับสนุนลุงตู่ให้เป็นนายกฯ แม้ก่อนหน้านี้อาจแข็งกร้าว เป็นทหาร แต่วันนี้ลุงตู่ไม่มีคราบไคลของทหารเลย พรรคพลังประชารัฐขอเดินหน้ายืมนโยบาย “บัตรคนจน” ของรัฐบาลนี้สานต่อ ลุงตู่มีโอกาสเป็นนายกฯมากกว่าใคร มี ส.ว. 250 เสียง หา ส.ส.อีก 125 เสียง ไม่ใช่เรื่องยาก ที่ภาษาการพนันบอกว่า “เปิดไฮโลแล้วแทง” ถ้าผิดจากนี้ไม่รู้ว่าอย่างไรแล้ว

เรียกว่าสองมือเซียนการเมืองอย่าง “สุริยะ-สมศักดิ์” การันตีกรุยทางอวยชัยในทางราบ สอดคล้องรับไปกับ “โพล” ของ “สังศิต พิริยะรังสรรค์” ที่อวยชัยด้านบน ว่า “นายกฯลุงตู่” และ “พลังประชารัฐ” กำลังมาวิน

ขณะที่ เมื่อหันมาดูสองพรรคใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ดูจะออกอาการ ไม่ต่างกัน กับสภาพ เหมือนถูกชกและเตะซ้ำและทำท่าจะต้องรับสภาพถูกยำใหญ่อีกหลายขนาน จากการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งล่าสุด ของกกต.

เป็น ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 350 เขต ที่มีผลบังคับใช้แล้ว (29พ.ย.) และเป็นประเด็นร้อนที่สองขั้วพรรคการเมืองขนาดใหญ่ปชป. เพื่อไทย ออกมา รุมถล่มฟ้องต่อสังคมตอกย้ำว่าผู้มีอำนาจมีการแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้หลายจังหวัดถูกแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ โดยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนด เพื่อให้ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุนรัฐบาล คสช.ได้เปรียบคู่แข่ง (อ่าน… แบ่งเขตลต.ปชป.-พท.อ่วม)

น่าสนใจ ว่า สำหรับ “นายกลุงตู่” เวลานี้แค่รอ “สวมสูท” ที่กำลังสั่งตัดตามแบบ “นายกฯวิเศษนิยม” แค่อยู่ระหว่างการเก็บรายละเอียด ถ้าจะให้สวย “ลุงตู่” ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของ บัญชีว่าที่นายกฯของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่ง ก็คือ พรรคพลังประชารัฐ

นายกลุงตู่ อาจถูกจัดวางเป็น “ที่ปรึกษาพรรค” ไม่ต้องอยู่ในรูปแบบของสมาชิกพรรคหรือเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค รอโหวตเป็นนายกฯในสภาอย่างเดียว เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้ “พลังประชารัฐ” เปิดช่องให้ “นายกลุงตู่” สามารถเข้ามารับตำแหน่งนายกฯ โดยไม่ต้องลงสมัคร ส.ส.ไม่ต้องอยู่ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 1 ไม่ต้องเป็นหัวหน้าพรรค แต่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง

โดยเวลาที่เหลือ “นายกลุงตู่” ยังปฏิบัติภารกิจ “เก็บแต้ม” ไปได้จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ จึงไม่จำเป็นต้องไปวุ่นวายกับการเมืองในช่วงที่มีการแข่งขันในสนามเลือกตั้งให้เปลืองตัว แถมในฐานะหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจในการแต่งตั้งส.ว. 250 คน แบบที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ บทเฉพาะกาล การโหวตเลือกนายกฯในสภา ให้ใช้เสียงของ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯตั้งแต่รอบแรก

จึงน่าสนใจว่า ไม่ว่า พรรคพลังประชารัฐ จะได้เสียงข้างมากหรือไม่ ขอให้มีเสียงในสภาพอที่จะโหวตเลือกนายกฯ ก็มีโอกาสที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว หรือหากได้เสียงข้างมากก็ยิ่งติดปีก

น่าสนใจว่า ตามกำหนดหมุดหมาย จะมีประชุมแม่น้ำ 5 สาย คสช. กกต. และพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.61 จากนั้น 11 ธ.ค.61 จะปลดล็อกการเมือง จากนั้น 14-18 ธ.ค.61 เปิดรับสมัครให้ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 นั่นหมายความว่า ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อว่าที่นายกฯ ในห้วงต้นเดือน ธ.ค.นี้แล้ว…

 

ข่าวน่าสนใจ

Close