เลี้ยงแพะ…สร้างรายได้สร้างอาชีพที่มั่นคง

“อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ” (ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกท่าน) คำทักทายของชาวบ้าน บ้านตะโล๊ะ หมู่ 1 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กล่าวต้อนรับคณะจากสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราช ดำริ และสื่อมวลชน ในการลงพื้นที่ติดตามงานพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนากลุ่มปศุสัตว์ การส่งเสริมการเลี้ยงแพะด้วยการสร้างคอกเลี้ยง โดยนำแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล พันธุ์พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 25 ตัว มอบให้กับเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะเพื่อต่อยอดและสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ

โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ปศุสัตว์อำเภอปะนะเระ ศูนย์วิจัยพัฒนาแพะแกะยะลา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาส และ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดทำรูปแบบการวัดการเจริญเติบโตของแพะเชื่อมโยงกับสูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงติดตามผลและประสานงานเรื่องสุขอนามัยของคอก การเตรียมอาหารให้เหมาะสมเพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงการตรวจสุขภาพแพะด้วย

นายสุวิชช์ ศรีสุวรรณ นายอำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี

นายสุวิชช์ ศรีสุวรรณ นายอำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี กล่าวว่า แต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่มีอาชีพทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว ส่วนฤดูฝนก็จะทำนา ซึ่งราคาไม่คงที่แน่นอน ให้ทำรายได้ไม่แน่นอนไปด้วย เมื่อครั้งที่ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อหาพื้นที่ในการดำเนินโครงการปิดทองหลังพระฯ โดยประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ขอให้ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ สนับสนุนให้มีการเลี้ยงแพะในพื้นที่ ก่อนที่จะได้รับโอกาสอันดี โดยทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้พาตัวแทนของชาวบ้านไปศึกษาดูงาน จ.ชลบุรี สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี ได้นำข้อดีและข้อเสียมาเปรียบเทียบปรับปรุงการเลี้ยงในพื้นที่ ซึ่ง ม.ร.ว.ดิสนัดดา ได้มอบแพะพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพันธุ์แบล็คเบงกอล จำนวน 25 ตัว เพศเมีย 10 ตัว และเพศผู้ 15 ตัว โดยรับมอบแพะพระราชทานเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เพื่อใช้ต่อยอดและสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ โดยให้ทางกลุ่มสร้างโรงเรือนคอกแพะให้ได้มาตรฐาน ซึ่งทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้สนับสนุนอุปกรณ์ งบประมาณ และชาวบ้านลงแรงช่วยกันทำ โดยจัดสรรให้คอกละ 5 ตัว ขณะนี้ได้ออกลูกแล้ว 8 ตัวในส่วนของแพะที่เกิดใหม่นี้ก็จะได้ขยายพันธุ์ต่อไป

สำหรับในส่วนของทางราชการได้เข้ามาสนับสนุนในเรื่องของการดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรค รวมถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องตามหลัก ซึ่งที่ผ่านมานั้นในพื้นที่แพะไม่พบโรค โดยใช้วิชาการประกอบกับภูมิปัญญาชาวบ้านและพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงแพะชาวบ้านดูแลรักษาเป็นอย่างดี และเลี้ยงในคอกไม่ปล่อยเพ่นพ่าน ใช้ผักในพื้นที่ ทั้งผักกระเฉด ผักบุ้ง ต้นข่อย ต้นเม่า ต้นยอ เป็นอาหาร โดยชาวบ้านจะปลูกแปลงหญ้าเอง เช่น หญ้าเนเปียร์

ทั้งนี้แพะมีราคาสูง และมีความต้องการสูงในตลาดชายแดนภาคใต้ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นสัตว์ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งสอดคล้องกับตลาดและความต้องการของผู้บริโภค โดยตั้งเป้าหมายให้ อ.ปานาเระ เป็นตลาดด้านปศุสัตว์ และ ด้านการแปรรูป

“หลังโครงการปิดทองหลังพระฯ เข้ามาในพื้นที่ ได้เลือก อำเภอปะนาเระ เป็นอำเภอหนึ่งในโครงการ โดยมีความร่วมมือจากชาวบ้าน โครงการนี้ต้องต่อยอดและขยายออกไป ตอนนี้การเลี้ยงแพะเป็นรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน และต่อไปคาดว่าจะเป็นรายได้หลักเพราะแพะมีความต้องการของผู้บริโภคสูง และเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ดีขึ้นกว่าเดิม”  นายสุวิชช์ กล่าว

นางสุนีย์ ชุมนพรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะบ้านท่าน้ำ

ด้าน นางสุนีย์ ชุมนพรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะบ้านท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กล่าวว่า เดิมชาวบ้านในหมู่บ้านเลี้ยงแพะอยู่แล้ว เลี้ยงด้วยใจรักจริง และได้มีการรวบรวมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะรวมกลุ่มตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ต.ท่าน้ำ มาแล้วกว่า 10 ปี โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้ลงเก็บข้อมูลในพื้นที่ และไม่คาดคิดว่าทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จะลงมายังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการจะขยายพันธุ์แพะ ความต้องการหลักของทางกลุ่มคือการต้องการขยายคอก โดยให้เหตุผลว่าที่ต้องการขยายคอก เพราะแพะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่เพียงพอต่อการบริโภค โดยมองว่าตลาดแพะสามารถไปได้อีกไกล ก่อนที่ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จะนำตัวแทนกลุ่มไปดูงาน โดยได้เอาจุดเด่นมาปรับใช้ในการเลี้ยง เป็นการแลกเปลี่ยน ทางกลุ่มดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการด้านสุขภาพแพะ โดยใช้ระบบป้องกันมากกว่ารักษา และใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานจากเดิมที่เลี้ยงแบบไม่รู้ว่าพืชแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไรบ้าง แต่เมื่อทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เข้ามาให้คำแนะนำทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงปศุสัตว์ทีให้ความรู้เรื่องอาหาร

นางรอซียะ ดอเลาะ เกษตรกรเลี้ยงแพะ

ขณะที่ นางรอซียะ ดอเลาะ อายุ 58 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับแพะพระราชทาน กล่าวว่าปัจจุบันทำอาชีพสวนยางพารา และเลี้ยงแพะควบคู่ไปด้วย โดยเลี้ยงแพะมาตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันมีแพะอยู่ 20 กว่าตัว เป็นพันธุ์บอ และ พันธุ์แบล็คเบงกอล แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โดยใช้เวลาหลังจากกรีดยางมาดูแล ทำให้ไม่ต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ ซึ่งตนและสามีคือนายกอเซ็ง ดอเลาะ มีความผูกพันกับแพะมาก จะช่วยกันตั้งชื่อแพะทุกตัว และสามารถจดจำได้ว่าตัวไหนชื่ออะไร ส่วนราคาที่ขาย แพะอายุ 3-4 เดือน ราคาจะอยู่ที่ 2,500 แพะอายุ 6 เดือนเพศผู้ ราคา ประมาณ 4,200 โดยแพงสุดที่เคยขายได้ 10,000 บาท แพะอายุ 7 ปีกว่า เพศผู้ ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่ตามขนาดและอายุของแพะ

ส่วนมูลแพะนอกจากจะใช้เป็นปุ๋ยบำรุงตันไม้แล้ว ยังสามารถขายได้ในราคากระสอบละ 50 บาท สำหรับแพะพระราชทานขณะนี้ได้ออกลูกแล้ว 2 ตัว ได้ตั้งชื่อว่า ซารีนา และ ซามารี เป็นเพศเมีย และเพศผู้

” หลังจากที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เข้ามาแนะนำให้ทำคอกแบบยกพื้นสูง เพื่อให้โปร่งและมีการระบายอากาศได้ดี ป้องกันความชื้น ทำให้แพะไม่อยู่ปะปนกับมูล และ เยี่ยว ป้องการเชื้อโรค โดย 2-3 วันก็จะล้างทำความสะอาด ส่วนแพะจะอาบน้ำเดือนละครั้ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ มาเยี่ยมดูแลทุกวัน จะดูเรื่องอาหารที่แพะกิน รวมถึงการแนะนำถึงวิธีการดูแลต่างๆ อยากจะขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิปิดทองหลังพระที่เข้ามาช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น” นางรอซียะ กล่าว

สำหรับแพะพันธุ์แบล็คเบงกอลเป็นแพะที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศได้น้อมเกล้าถวายฯ พ่อแม่พันธุ์แพะแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 จำนวน 3 ตัว โดยเป็นเพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 2 ตัว และพระราชทานพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการเลี้ยงและขยายพันธุ์ ที่ จ.เชียงราย

จุดเด่นของแพะสายพันธุ์นี้ คือมีความสมบูรณ์พันธุ์สูง เจริญเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเร็วมาก ตั้งท้องเพียง 150 วัน เมื่อตกลูกมักจะออกแฝด 2 ถึง 4 ตัว สามารถผสมพันธุ์ได้ทั้งปี แพะแบล็กเบงกอล เป็นแพะขนาดเล็ก เลี้ยงเพื่อผลิตเนื้อและหนังเป็นหลัก เนื้อมีคุณภาพดี รสชาติดี หนังมีคุณภาพ ราคาแพง

ข่าวน่าสนใจ

Close