ขอนแก่นเมืองอัจฉริยะร่วมมือพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขอนแก่น เป็นจังหวัดต้นแบบการพัฒนาเมือง ร่วมกันคิดร่วมกันขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนมีแบบแผนชัดเจน พัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างมีศักยภาพด้วยระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบของรถไฟฟ้ารางเบา มุ่งสู่เมืองอัจฉริยะ หรือ smart city เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่นยืน

 

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางภาคอีสานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำให้เกิดส่วนราชการ ทั้งเขื่อนอุบลรัตน์และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่าอากาศยานขอนแก่น ตั้งแต่นั้นมาถือว่าขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการประชุมทุกวันนี้ขอนแก่นถูกกำหนดให้เป็นเมืองประชุม สัมมนา หรือ ไมซ์ ซิตี้โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ แต่ธุรกิจในท้องถิ่นยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับกลุ่มคนที่จะมาร่วมประชุม หรือการจัดนิทรรศการต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นข้อจำกัดทำให้เกิดการรวมตัวขึ้น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมือง ผู้ก่อตั้งโครงการรถไฟฟ้ารางเบา บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (KKTT ) จำกัด หลังจากที่ขับเคลื่อนรถไฟฟ้ารางเบาโครงสร้างพื้นฐานก็จดทะเบียนเป็นบริษัท ซึ่งทางเทศบาลเป็นเจ้าของ บริษัท ขอนแก่น ทรานซิทซิสเท็มส์ หรือ เคเคทีเอส ( KKTS ) และบริษัทที่ภาคเอกชนร่วมกัน 100 ราย จนก่อเกิดบริษัทบริหารจัดการไมซ์ จำกัด หรือ Khon Kean MICE Management (KKMM)วางตำแหน่งบริการแบบ ONE STOP SERVICEเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจไมซ์ ทั้งจองห้องพัก จองห้องประชุม เช่ารถ การท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ โดยบริษัทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ขอนแก่นเป็นเมืองสัมมนา เมืองแห่งการจัดนิทรรศการ ที่ยั่งยืน

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น

นอกจากนี้ นายเข็มชาติ ยังกล่าวว่าขอนแก่นโชคดีที่มีทำเลอยู่ศูนย์กลางของภาคอีสาน นั่นคือคนที่มาทำธุรกิจ มากระจายสินค้า โดยใช้ จ.ขอนแก่นเป็นฐาน ทำให้มีคลังสินค้าเกิดขึ้นมากมาย ภาคเอกชนเลือกลงทุนใน จ.ขอนแก่น เพราะเป็นการมองธุรกิจระยะยาว โดยมองว่าขอนแก่นเป็นประตูสู่อีสาน หรือ GATEWAY เป็นประตูสู่กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเชื่อมั่นว่าขอนแก่นจะเป็นประตูสู่ภาคอีสานผ่านทางระบบราง รถไฟรางคู่ หรือระบบทางอากาศ การเชื่อมโขงทางเครื่องบิน หรือทางรถยนต์ที่มีเครือข่ายทางด้านทางหลวง ด้วยความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทำให้ขอนแก่นถูกพิจารณาให้เป็นท่าเรือบก (Dry Port) ทำให้การโหลดสินค้า การส่งสินค้าไปต่างประเทศ จะเกิดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น น้ำตาล โรงสี จากกาฬสินธุ์ จากจังหวัดเลย ยาพารา จากบึงกาฬ จะมาเข้าตู้ที่ท่าเรือบกแห่งน้มีการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร แล้วส่งไปยังท่าเรือ เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ต่ำลง สินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป ก็สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ในทางกลับกันสินค้านำเข้าไม่ว่าจะเป็นจากต่างประเทศเพื่อนบ้าน ก็สามารถขนส่งทางรางมายัง จ.ขอนแก่นเพื่อกระจายไปทั่วภาคอีสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านจึงทำให้ต้องมีการผลักดันให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลาง เป็นความร่วมมือของจังหวัดต่างๆ

“ขอนแก่นขออาสาเป็นประตู ที่จะเดินไปด้วยกันนักท่องเที่ยวมาเที่ยวขอนแก่นเสร็จแล้ว สามารถไปไหว้พระที่ร้อยเอ็ด ไปทานปลา กุ้ง ที่เขื่อนอุบลรัตน์ หรือไปดูผ้าไหมที่ชนบท จุดนี้เป็นส่วนที่ภาคเอกชนผลักดันให้เกิดขึ้น”

โดยจังหวัดขอนแก่น มีความแตกต่างจากจังหวัดอื่น ทั้งภาคเหนือ และ ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ความแตกต่างคือจ.ขอนแก่น มีคนขอนแก่นเป็นตัวขับเคลื่อน โดยไม่มีนักธุรกิจ

ทั้งนี้โครงการสมาร์ทบัส ที่เชื่อมจากท่าอากาศยานเข้าเมือง ไปยัง บขส. โครงการนี้เกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และ ภาคเอกชน

สำหรับประเด็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ได้มีการเชื่อมโยงไปยัง จ.ภูเก็ต เพราะได้เล็งเห็นถึงศักยภาพที่นักท่องเที่ยวภูเก็ตล้นเมือง ทั้งยุโรป และ จีน หรือนักท่องเที่ยวคนไทยเอง ปัจจุบันมีการบินข้ามภาคไม่ว่าจะเป็น ขอนแก่น-หาดใหญ่หรือ ขอนแก่น-ภูเก็ต ทางภาคเอกชนได้เข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อหวังว่าคนที่เข้ามายังภูเก็ต หรือหาดใหญ่ ได้มาท่องเที่ยวยังขอนแก่น หรือ จังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน นอกจากนี้อยากให้ขอนแก่นมีรถไฟฟ้าและผลิตรถไฟฟ้าเป็นฐานผลิตรถไฟฟ้าในอนาคต

“พวกเราภาคเอกชนเป็นผู้ที่รุกเข้าไปขอความร่วมมือการสนับสนุนจากภาครัฐ เราไม่ได้ขอสนับสนุนงบประมาณ แต่เราขอโอกาส ขอให้พวกเราได้มีการเชื่อมโยงได้คิดใหม่ๆได้ทำสิ่งใหม่ๆ เพราะต้องการผลลัพธ์ใหม่ๆแต่ถ้าเรายังทำในสิ่งเดิมๆปัจจัยเดิมๆ ผมคิดว่าเราก็ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้”

 

นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา เทศบาลนครขอนแก่น

ด้านนายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา เทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่าขอนแก่นเป็นศูนย์กลางภาคอีสาน โดยยึดถือการมีส่วนร่วม ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่นยืน ให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่ความเป็นขอนแก่น Smart City หรือ เมืองอัจฉริยะในทั้ง 7 สมาร์ท

1.Smart People คือเมืองที่ให้ความเท่าเทียมกันในสังคม มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส คนสูงอายุ เปิดโอกาสและสร้างสำนึกให้คนในเมืองมีส่วนร่วม เช่นโครงการ สภาเมืองขอนแก่น, ขอนแก่นเมืองพิเศษ ( เกิดอาสาสมาร์ท และเมืองพิเศษ)

2.Smart Living คือ เมืองที่น่าอยู่ มีความปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพอนามัย เช่น โครงการขอนแก่นเมืองใจดี, โครงการติดตั้งกล้อง CCTV, โครงการศูนย์สร้างสุขผู้สูงอายุ

3.Smart Education คือ เมืองที่มีการพัฒนาการจัดการศึกษาให้ทั่วถึง ครอบคลุมทุกกลุ่มทุกวัย อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เช่น โครงการจัดการศึกษาให้ทั่วถึงและตลอดชีวิต รับศตวรรษที่ 21

4. Smart Environment คือ เมืองที่ประหยัดพลังงาน Green building หรือการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการ Low Carbon City

5.Smart Economy คือ เมืองที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ การสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการสร้างบริษัทใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล เช่น Creative Economy กองทุนตั้งตัว, Start Up, Event City

6.Smart Mobility คือ เมืองที่สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้อย่างสะดวกสบาย มีความคล่องตัวและมีความปลอดภัย เช่น โครงการระบบขนส่งมวลชน

7.Smart Governance คือ เมืองที่บริหารจัดการโปร่งใส มีความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการเทศบาลเล็กในเทศบาลใหญ่, โครงการเทศบาลดิจิทัล, โครงการระบบร้องทุกข์ You Phee ( อยู่ พี่ ), โครงการ Lora

สำหรับปัญหาการจราจรในตัวเมืองขอนแก่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ชาวเมืองขอนแก่นหลายฝ่าย ร่วมมือแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยมีโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา LRT (Light Rail Transit) มีทั้งหมด 5 สาย ในแผนแม่บท โดยนำร่องสายเหนือ-ใต้ ระยะทาง 26 กิโลเมตร เริ่มขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสัดส่วนรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันให้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการเดินทางด้วยรถสาธารณะ รถจักรยานยนต์ รถสองแถว รถยนต์ส่วนบุคคล และเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการในรูปแบบระบบขนส่งมวลชนของเมืองในภูมิภาค พร้อมกับการพัฒนาเมืองโดยมีระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวนำ และเป็นระบบขนส่งที่สามารถแก้ปัญหาการจราจรของเมืองขอนแก่นได้ในระยะยาว โดยจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นทรานสิตซิสเทม จำกัด (KKTS) เพื่อมาบริหารการเดินรถ โดยบริษัทนี้มี 5 เทศบาลประกอบด้วย เทศบาลนครขอนแก่น, เทศบาลเมืองศิลา, เทศบาลตำบลเมืองเก่า, เทศบาลตำบลท่าพระ และเทศบาลตำบลสำราญ

 

นายกังวาน เหล่าวิโรจนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด

ขณะที่นายกังวาน เหล่าวิโรจนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (KKTT) กล่าวว่าจังหวัดขอนแก่นมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม และสถานศึกษา หน่วยงานราชการ แต่จังหวัดขอนแก่นขาดแต้มต่อ ขาดการสนับสนุนจะมาสร้างความเจริญ ซึ่งการขาดทำให้เกิดความร่วมมือ ความร่วมมือนี้เป็นจุดเริ่ม และเป็นจุดสร้างความต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า สภาอุตสาหกรรม เทศบาล ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิด บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (KKTT) สิ่งสำคัญคือความร่วมมือที่มีความต่อเนื่องที่ไม่ได้มองเรื่องของความตัวตน “ขอนแก่นโมเดล” เกิดจากความฐานรากของคำว่ารักบ้านเกิด และ leadership และความร่วมมือที่เรียกว่าสามเหลี่ยมภูเขาเหยื้อนภูเขา ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 3 ส่วนหลัก คือภาครัฐภาคประชาสังคมภาคธุรกิจภาคประชาชน ภาครัฐภาคท้องถิ่น และภาคการศึกษาคนที่มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนา เป็นโครงสร้างที่ค่อยๆร้อยเรียง และใช้เวลา สิ่งที่พยายามอย่างต่อเนื่องคือความร่วมมือข้อตกลงร่วมกัน ถึงแม้หลายๆ อย่างก็ยังมีข้อติดขัดที่ไม่สามารถได้ทุกโครงการตามต้องการ

“ถ้าพวกเราร่วมมือกันแล้ว มีโครงการที่เมืองเราน่าจะทำ และสามารถพัฒนาเมืองได้ เราสามารถร่วมกันทำเองได้ไหม?นี่เป็นวิธีคิดแรก”

นายกังวาน เหล่าวิโรจนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด

การรวมตัวกันของกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงสูงในการที่จะรวมกันเพื่อขับเคลื่อน เพราะมีการระดมทุนจาก 20 บริษัท บริษัทละ 10 ล้าน รวมเป็น 200 ล้านจดทะเบียนบริษัท เพื่อการขับเคลื่อนโครงการและธุรกิจที่เน้นในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาก้าวหน้าได้ ทั้งนี้คาดหวัง GDP ของจังหวัดจะเจริญเติบโตด้วยใกล้เคียงกับเมืองที่พัฒนาแล้วของโลก รวมไปถึงดัชนีความสุขของคนเมืองก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งได้ดูตัวอย่างจากเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าคนอยู่แล้วมีความสุข เมือง เมืองเมลเบิลประเทศออสเตรเลีย

“วิธีคิดช่วงแรกคือการระดมความคิด และแก้ปัญหาโดยไม่มีข้อแม้ ถ้าอยากให้ขอนแก่นพัฒนาต้องทำอะไรบ้าง แม้ว่าสิ่งที่คิดขึ้นมาอาจจะมีคนพูดขึ้นมาว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เรากลับมองว่า ถ้าทำได้ก็พัฒนา เราจึงมีวิธีคิดที่กว้างขึ้น เพราะบางสิ่งที่ที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงเพราะเราอยู่ในกรอบแคบเกินไป พอเราเจอโลกกว้างคนที่มีศักยภาพสูงที่คิดได้ก็สามารถทำได้”

สมาร์ทบัสก็เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากกระบวนคิดดังกล่าวและสามารถทำได้ โดยการมองภาพไปข้างหน้าเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นการเชื่อมโยงโดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างการเชื่อมต่อในอนาคต หลักๆที่ทำคือการช่วยขับเคลื่อนและช่วยภาครัฐช่วยกันสร้างข้อแม้ที่ลดลง ทำให้ภาครัฐเข้าใจมากขึ้น การทำงานร่วมกันเกิดความสะดวก เกิดความเข้าใจ เกิดความเชื่อมั่น

เจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ บรรณาธิการอำนวยการ อีสานบิช

นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ บรรณาธิการอำนวยการ อีสานบิช กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า กล่าวว่า ขอนแก่นโมเดล เป็นกระบวนการขับเคลื่อนสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน การพัฒนาขอนแก่นไม่ได้เกิดจากนโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากพัฒนาการขับเคลื่อนที่ร่วมมือกันแล้วผลักดันนโยบายสาธารณะที่เกิดจากท้องถิ่นและชุมชน โดยจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างภาคเอกชน หอการค้า และสภาอุตสาหกรรม และภาคภาควิชาชีพ คือ สภาทนายความ อบจ.ขอนแก่น และเทศบาลขอนแก่น เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อสู้กับการรุกคืบกับทุนต่างถิ่นที่กระทบท้องถิ่นปัจมิตรขอนแก่นถือเป็นการร่วมมือกลุ่มแรกในทศวรรษที่ผ่านมา

ขอนแก่นทศวรรษหน้าเป็นการชวนคนมองอนาคตโดยใช้ยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์มาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม โดยมีเจตนารมณ์คือเป็นพื้นที่ตรงกลางประสานความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการจัดทำวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด อย่างมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ วิชาการ เอกชน และประชาชน โดยโมเดลการขับเคลื่อนรูปแบบนี้มีแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

“เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง และมองว่าอนาคตจะเกิดอะไรกับขอนแก่น โดยขอนแก่นทศวรรษหน้า เป็นการเชื่อมข้างล่างและข้างบนและขับเคลื่อนไปด้วยกันโดยมีแนวคิดว่าการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในสถานการณ์ปัจจุบันภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญมาก ทั้งนี้ต้องร่วมมือกัน ต้องไม่ทิ้งชุมชน”

โดย “ขอนแก่นซิตี้บัส” เป็นหนึ่งในโครงการที่เห็นเป็นรูปธรรมของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยขอนแก่นซิตี้บัสเป็นรถปรับอากาศ ใช้พลังงาน NGV ให้บริการในเมืองขอนแก่นตลอด 24 ชั่วโมง ระยะทางรวมการให้บริการ 17 กิโลเมตร สำหรับค่าโดยสารประชาชนทั่วไป 15 บาท ตลอดสาย เด็ก นักเรียน 10 บาท ตลอดสาย สาย เวลาเดินรถ 06.00-20.00 น. (กลางวัน) รถออกทุก 15 นาที 20.00-06.00 น. (กลางคืน) รถออกทุก 45 นาที และ 07.30-22.30 น. สายสนามบิน โดยมีทั้งหมด 10 คันโดยชำระค่าโดยสารได้ 2 ช่องทาง คือ การชำระด้วยบัตรเติมเงินอัตโนมัติ หรือ บัตรโดยสารขอนแก่นซิตี้การ์ด และ ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ ซึ่งตั้งอยู่บนรถ โดยรองรับเฉพาะเหรียญ 1, 5,10 บาทรวมถึงบริการฟรีไวไฟบนซิตี้บัส นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิด CCTV และเป็นรถที่ใช้พลังงาน NGV ปรับอากาศ

ขอนแก่นซิตี้บัส ยังมีความทันสมัยอำนวยความสะดวก และ เอาใจผู้ใช้บริการในยุคโซเชียลด้วยแอพพลิเคชั่น KKTransit แอพพลิเคชั่น KK Transit ที่แสดงตำแหน่งของรถบัสทุกคันสดๆบนแผนที่ รวมทั้งแสดงหมายเลขทะเบียนของรถ พนักงานขับรถ ความเร็ว เส้นทางที่ให้บริการ โดยผู้ใช้บริการสามารถค้นหาจุดจอดรถหรือป้ายรถเมล์ และยังเช็คได้ว่าเวลาโดยประมาณจะเดินทางแต่ละสถานีใช้เวลาเท่าไหร่ เพื่อวางแผนการเดินทางได้ง่ายๆด้วยตนเอง

เชิดศักดิ์ จันทเสน ผู้ช่วยผู้จัดการขอนแก่นซิตี้บัส

นายเชิดศักดิ์ จันทเสน ผู้ช่วยผู้จัดการขอนแก่นซิตี้บัส กล่าวว่า ขอนแก่นซิตี้บัสเปิดบริการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ได้รับการตอบรับดีแล้วแนวโน้มจะดีขึ้นเรื่อยๆผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่ใช้บริการ จะเป็นนักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป เฉลี่ยวันละ 1-2 พันคนนอกจากนี้ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ใช้รับส่งนักศึกษาฟรีภายในมหาวิทยาลัยอีกจำนวน 20 คัน

ข่าวน่าสนใจ

Close