ราคาน้ำมันร่วงหนุนจีดีพีไทยโต0.3%

ซีไอเอ็มบี ไทย คาดวิกฤตน้ำมันสงบในไม่ช้า ในระดับ 40-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดัน GDP ไทย โต 0.3% เชื่อซาอุฯไม่ปล่อยราคาต่ำตลอดทั้งปี

สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย วิเคราะห์กรณี “ถ้าน้ำมันร่วง 50% … ใครได้ ใครเสีย?” โดยมองกรณีซาอุดิอาระเบียขยายกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาเป็นเบอร์ 1 ของการเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ก่อนหน้านี้ซาอุฯ ร่วมกับกลุ่มโอเปกและรัสเซียลดกำลังการผลิตลงหวังดึงราคาน้ำมันให้สูงขึ้น แต่กลายเป็นว่าสหรัฐฯ รวมถึงรัสเซีย ยังมีการผลิตน้ำมันในระดับสูง ทำให้ซาอุฯต้องกลับมาเร่งผลิตน้ำมันหวังให้ปริมาณน้ำมันออกสู่ตลาดมาก ทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงแรง จนผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นสุดทนจนต้องลดการผลิตลงเอง

โดยได้ใช้โมเดลจากอ๊อกฟอร์ดอิโคโนมิกส์ คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศสำคัญ (เทียบกับฐาน) กรณีราคาน้ำมันร่วงลง 50% พบว่า กลุ่มอาเซียนสำคัญ ประเทศที่ GDP จะได้รับอานิสงส์มากที่สุดคือ ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิปริมาณมาก สำหรับประเทศไทย GDP จะได้รับผลที่ดีขึ้นราว 0.3% เทียบกรณีฐาน (เช่น ล่าสุดสำนักวิจัยฯ คาดการณ์ GDP ขยายตัวได้ 1.7% ก็อาจสูงขึ้นเป็น 2.0% แต่อาจปรับลดประมาณการณ์จากปัญหาไวรัสโควิดแทน) ส่วนประเทศที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิอย่างมาเลเซียจะได้รับผลลบจากราคาน้ำมันที่ลดลง

สำหรับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น ถ่านหิน อย่างอินโดนีเซียและออสเตรเลียก็ได้รับผลกระทบด้านลบจากราคาน้ำมันที่ลดลงด้วยเช่นกัน เพราะราคาสินค้าเหล่านั้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน

ขณะที่ซาอุฯเองก็อาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจได้หากปล่อยให้ราคาน้ำมันลดลงเช่นนี้ตลอดทั้งปี ถ้าซาอุฯก็ได้รับผลกระทบแรงจากราคาน้ำมันที่ลดลง ซาอุฯคงไม่ปล่อยให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำเช่นนี้นาน เพราะพึ่งพารายได้จากน้ำมัน

ดังนั้น สำนักวิจัยฯมองว่า วิกฤติราคาน้ำมันน่าจะสงบได้ในไม่ช้า สุดท้ายราคาน้ำมันน่าจะอยู่ในระดับต่ำราว 40-45 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล แทนที่จะอยู่ในระดับ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ดังเช่นกรณีก่อนที่ซาอุฯจะเพิ่มกำลังการผลิตรอบนี้ ด้วยทั้งอุปทานน้ำมันที่มีมาก และจากอุปสงค์ที่อ่อนแอจากปัญหาไวรัสโควิดที่กร

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close