ทีเส็บจับมือภาคีดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาส

ทีเส็บ จับมือ จังหวัดภูเก็ตและภาคเอกชน เปิดยุทธศาสตร์ปั้นภูเก็ตสู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสแห่งอันดามัน มุ่งเป้าสู่ศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย รองรับกลุ่มประชุมอินเซนทีฟระดับไฮเอนด์ ชูจุดขายความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรม พร้อมเปิดประสบการณ์กับเส้นทาง 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย

เมื่อเวลา 13.30 น. ณ Woo Gallery & Boutique Hotel ถ.ถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์มหาชน) หรือ ทีเส็บ น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง และ นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวทิศทางการขับเคลื่อนภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาส ภายใต้กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรในประเทศ ณ จ.ภูเก็ต

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสว่า ได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาภูเก็ตให้เป็น “เมืองประชุมไมซ์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรมระดับโลก” โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน ผลักดันการจัดงานไมซ์ในภูเก็ตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้วยบริการชั้นเลิศ พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์บนพื้นฐานความรู้เพื่อให้การจัดงานและผู้ประกอบการไมซ์ก้าวสู่มาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมการทำงานอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยาผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

“จากการศึกษาข้อมูลและยุทธศาสตร์ของเมืองภูเก็ตไมซ์ซิตี้พบว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาในระดับสูง และมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองไมซ์ซิตี้เทียบเท่านานาชาติ โดยมีเป้าหมายผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ของอันดามัน และศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย”

ภูเก็ตมีจุดเด่นที่หลากหลายในการเป็นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติ ในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์เวิลด์คลาสที่มีชื่อเสียงระดับโลก การเดินทางเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ผ่านสนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งกำลังมีแผนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มจากปีละ 12.5 ล้านคนเป็น 18 ล้านคนต่อปี มีเที่ยวบินตรงเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างๆ มากมาย ทั้งใน เอเชียตะวันออก ตะวันออกกลาง และยุโรป เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย เกาหลี รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสวีเดน พร้อมกิจกรรมก่อนและหลังเดินทางให้กับกลุ่มประชุมและอินเซนทิฟ ด้วยกิจกรรมครบครันทั้งกิจกรรมกีฬา การแสดงศิลปวัฒนธรรม สปาผ่อนคลาย กิจกรรมผจญภัย แหล่งเรียนรู้ชุมชนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น วิถีชุมชนชาวบาบ๋าย่าหยา หรือ ชาวเพอรานากัน ซึ่งเป็นลูกครึ่งชาวจีนมลายู และชุมชนมุสลิม อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรที่มีศักยภาพ อาทิ สถานที่การจัดประชุมสัมมนาจำนวน 220 แห่ง โดยมีจำนวนห้องประชุมกว่า 615 ห้อง จำนวนโรงแรมที่พักกว่า 600 แห่ง ด้วยจำนวนห้องพักมากกว่า 40,000 ห้อง ท่าเทียบเรือโดยสารและเรือสำราญ 14 แห่ง ท่าจอดเรือของเอกชน (Marina) อีก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างรถไฟรางเบาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาไมซ์ซิตี้ของภูเก็ต จะดำเนินงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การพัฒนาฐานที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ทั้งการจัดงาน บุคลากร และความพร้อมของสถานที่ประชุม กลางน้ำ การสร้างสินค้าและบริการให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีการสร้างโปรแกรมและกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม และปลายน้ำ มีการจัดทำแผนตลาด พัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดไปยังกลุ่มผู้จัดงานเพื่อดึงดูดงานไมซ์เข้าสู่จังหวัด

การกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาไมซ์ซิตี้ของจังหวัดภูเก็ตผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การส่งเสริมประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าหมาย โดยเตรียมดำเนินโครงการจัดทำสื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานไมซ์ในภูเก็ต และการสร้างภาพลักษณ์ภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ในฝั่งอันดามัน พร้อมทั้งออกแบบและจัดทำคู่มือการจัดงานไมซ์ในภูเก็ต การยกระดับสินค้าและบริการไมซ์ร่วมกับชุมชน และสร้างโอกาสการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนสำหรับกิจกรรมหลังประชุม มีการจัดทำโปรแกรมมาตรฐานสำหรับลูกค้าองค์กร และพัฒนาคลัสเตอร์ปฏิทินร่วมงานการจัดประชุมเป็นกลุ่มเพื่อยกระดับการจัดกิจกรรมไมซ์

การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ ผ่านโครงการพัฒนาหลักสูตรการจัดการประชุมและนิทรรศการในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในพื้นที่ รวมถึงโครงการยกระดับมาตรฐานของผู้จัดงานท้องถิ่น และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนไมซ์ ผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่หอประชุมหรือพื้นที่จัดงานไมซ์ภายในจังหวัดภูเก็ต การประชาสัมพันธ์และสนับสนุนให้โรงแรมเข้าสู่มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) ประเภทห้องประชุม การจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านไมซ์ และการพัฒนาเครื่องมือออนไลน์สำหรับวางแผนการจัดประชุมไมซ์ในพื้นที่

นอกจากนี้ ทีเส็บยังได้จัดโครงการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเส้นทางไมซ์ใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ภายใต้แนวคิด 7 มุมใหม่ สไตล์ไมซ์ไทย (Thailand 7 MICE Magnificent Themes) ได้แก่ 1.ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 2.การผจญภัย 3.การสร้างทีมเวิร์ค 4.กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ 5. กิจกรรมบรรยากาศชายหาด 6.การจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ 7.การนำเสนออาหารไทยในทุกการจัดงานที่หลากหลาย ซึ่งภูเก็ตเป็น 1 ใน 5 เมืองไมซ์ซิตี้หลักที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ อาทิ เส้นทางชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต ซึ่งใช้โปรโมทในงาน World Harmony Puppet ในปี 2561 หรือ เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างทีมเวิร์ค กิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ ณ ชุมชนป่าคลอก และพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการทีเส็บ ยังกล่าวสรุปว่า หากพิจารณาจากสถิตินักเดินทางไมซ์เข้าสู่ภูเก็ตในปี 2561 เทียบกับปี 2560 พบว่ามีการเติบโตสูงมาก โดยในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,216,230 คน เพิ่มขึ้น 167.94% จากปี 2560 ทำรายได้รวม 19,544.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.75% ซึ่งมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในทุกตลาดทั้งประชุมสัมมนาบริษัท (Meetings) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) ประชุมนานาชาติ (Conventions) และงานแสดงสินค้า (Exhibitions) สะท้อนให้เห็นทิศทางตลาดและศักยภาพของภูเก็ตในการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์รองรับการประชุมในกลุ่มลักซูรี่ (Luxury) ทางภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจไมซ์แห่งอันดามัน  อีกทั้งเชื่อมั่นว่าจากการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งเพื่อผลักดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาสนั้น คาดว่าจะสามารถผลักดันให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ในประเทศไปถึงเป้าหมาย 34,662,000 คน สร้างรายได้ 121,000 ล้านบาทได้ในปี 2562 นี้

นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถาปัตยกรรมเมืองภูเก็ตมีความหมายกับการใช้ชีวิตของคนในชุมชน แสดงถึงอัตลักษณ์ของเมืองภูเก็ต ซึ่ง จ.ภูเก็ต เป็นเกาะ มีพื้นที่ 576 ตาราวกิโลเมตร จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้มีชายหาดที่สวยงาม เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ภูเก็ตมีต่างชาติเข้ามาอยู่รวมกันหลายชนชาติ ทำให้เกิดวัฒนธรรม ประเพณี ผสมผสานกันอย่างหลากหลาย ทั้งอาคาร และ อาหาร ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในปี 2561 กว่า 13 ล้านคน รายได้รองจากกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ภูเก็ตมีความพร้อม สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยคนภูเก็ตเองต้องพัฒนาความพร้อมทั้งในเรื่องของการบริการ โรงแรม ที่พัก ในการรองรับควบคู่กันด้วย สืบเนื่องการประกาศจาก “ยูเนสโก” ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร หรือ City of Gastronomyประจำปี2558โดยเป็น 1 ใน 18 เมืองทั่วโลก เป็นเมืองแรกของไทยและอาเซียน สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนภูเก็ตเป็นอย่างมาก

ปัจจบัน จ.ภูเก็ต มีความพร้อมในด้านการบริการ การท่องเที่ยว เพื่อรองรับคนที่จะหลั่งไหลเข้ามาไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว และนักเดินทางกลุ่มไมซ์ โดยจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 M และ 3 S ได้แก่ Marina Hub เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค , Medical Hub เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ การสาธารณสุข และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ , Mice City เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการประชุมและจัดนิทรรศการนานาชาติ , Manpower Development เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาบุคลากร ด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง , Sport Tourism เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา , Smart city เพื่อพัฒนาภูเก็ตไปสู่ศูนย์กลางเมืองดิจิทัล และรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง และ Sustainable Development เป็นการพัฒนาอย่างที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งใน 4 M คือ การพัฒนาให้ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งการประชุมสัมมนาและแสดงสินค้า หรือ MICE CITY

“ทั้งนี้เห็นได้ว่า จ.ภูเก็ต เคยจัดงานระดับนานาชาติ อย่าง การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ หรือ AEM Retreat ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 22 – 23 เมษายน 2562 เอกอัครราชทูต 54 ประเทศที่เข้ามาศึกษาดูงานที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภูเก็ตมีความพร้อม บุคคลากรมีศักยภาพ เป็นมืออาชีพ”

ไมซ์ซิตี้เป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนาภูเก็ต ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่างๆ ให้ภูเก็ตมีความพร้อมที่แท้จริง โดยมีความตั้งใจจริงที่ทำให้ภูเก็ต เป็นเมืองที่ยั่งยืนทั้งธรรมชาติ และคุณภาพชีวิต

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่ากฎบัตรป่าตองไมซ์ เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่พยายามผลักดันให้ภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ อีกประเด็นคือช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจท่องเที่ยวป่าตองเริ่มไม่มีความยั่งยืน เพราะธุรกิจท่องเที่ยวจะมีรายได้เฉพาะล่วงช่วง High Season จึงทำให้เล็งเห็นว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจป่าตองมีความยั่งยืนได้อย่างไร ทำให้คนหรือนักท่องเที่ยวเข้ามาหาดป่าตองช่วง Low Season ทำให้ธุรกิจหลากหลายอาชีพในป่าตองสามารถดำรงอยู่ได้ในรูปแบบของการประชุมสัมมนา การแสดงสินค้า ไมซ์จะสามารถเสริมธุรกิจในช่วง Low Season ได้ จึงทำให้เกิดการผลักดันให้ภูเก็ตเป็นไมซ์ซิตี้ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทีเส็บในการขับเคลื่อน

การใช้หลักการของกฎบัตรมาขับเคลื่อนจะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาเมืองไมซ์ของป่าตอง มีการวางยุทธศาสตร์วางแนวทางเพื่อให้ป่าตองเป็นเมืองไมซ์ที่สมบูรณ์ให้ได้ ป่าตองมีความพร้อมที่จะรองรับการเป็นเมืองไมซ์ ในในปัจจุบันป่าตองมีโรงแรมรวมกันกว่า 4 หมื่นห้อง มีห้องประชุมที่สามารถรองรับได้มากถึง 2,000 คน นอกจากนี้เมืองป่าตองเองยังมีกิจกรรมอื่นๆที่รองรับคนที่มาเยือน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมทางทะเล และอาหารต่างๆ การขับเคลื่อนเป็นเมืองไมซ์ซิตี้สอดรับกับนโยบายจังหวัดมีความเป็นไปได้มาก

“ภูเก็ตจำเป็นต้องมีห้องประชุมที่มีขนาดใหญ่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว รองรับการจัดประชุมสัมมนา แสดงสินค้า และจัดนิทรรศการนานาชาติ และภาคเอกชนพร้อมที่จะดำเนินการ เช่นเดียวกับคนในท้องถิ่นที่พยายามขับเคลื่อนให้เป็นเมืองแห่งการเดิน พัฒนาถนน ทางเท้า เพื่อลดการใช้รถ แต่อาจจะมีบางเรื่องที่ท้อนถิ่นไม่สามารถดำเนินการเองได้ รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลและช่วยเหลืออย่างจริงจังโดยเฉพาะการดำเนินการก่อสร้างห้องประชุมขนาดใหญ่ เนื่องจากป่าตองยังติดปัญหาเรื่องผังเมือง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร การสร้างอาคารใหญ่มากกว่า 6,000 ตารางเมตร การสร้างอาคารสูงมากกว่า 23 เมตร ไม่สามารถทำได้ ซึ่งทางเทศบาลเองได้ยื่นปรับแก้ผังเมืองไปแล้ว และปัญหาระบบการขนส่งที่จะขนส่งนักท่องเที่ยวจากสนามบินมายังเมืองท่องเที่ยวให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น”

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าสมาคมก่อตั้งมา 44 ปี โดยอุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสุขสำหรับทุกคน ทั้งนักท่องเที่ยวและคนภูเก็ตเอง นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพไม่ได้แค่หมายถึงนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนโตขึ้นทุกปี แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพำนัก และ อัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันต่อคน ซึ่งทั้ง 2 มิตินี้พบว่ากลุ่มคนที่มากับไมซ์ เป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพ คุณภาพ และกลุ่มไมซ์นี้เป็นกลุ่มสำคัญต่อการพัฒนาตามหลักพัฒนายุทธศาสตร์ภูเก็ต จะทำให้เมืองภูเก็ตมีความยั่งยืนได้

“ไมซ์เป็นตัวตั้งต้นห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดเติบโดยทีเส็บให้ความสำคัญและเข้าใจในบริบทของภูเก็ต ทั้งนี้ต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้ภูเก็ตก้าวไปสู่ไมซ์ซิตี้”

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close