สมคิดเชื่อมือนายกฯเมินคนวิจารณ์ไม่เหมาะคุมทีมศก.

"รองนายกฯสมคิด" ไม่รู้ ครม.เศรษฐกิจ นัดแรกคุยวันไหน เมินคนวิจารณ์ นายกฯไม่เหมาะเป็นหัวหน้าทีม เผยให้คำมั่นญี่ปุ่น ไม่เปลี่ยนนโยบาย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไม่ทราบว่า ครม.เศรษฐกิจ นัดแรกจะมีการหารือเมื่อใด ส่วนที่มีการวิพากวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่เหมาะสมเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั้น นายสมคิด ถามกลับว่า ใครวิพากษ์วิจารณ์ ก็เป็นความคิดของแต่ละคน แต่ตนเองมองว่าประเทศไทยจะเดินหน้าได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยทิศทางที่ชัดเจนและมีพลัง ไม่มีสิ่งใดที่จะเดินไปข้างหน้าได้หากนายกรัฐมนตรีไม่ สนับสนุน ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุนเต็มที่แล้วทุกคนร่วมมือทำงาน ก็เป็นเรื่องที่ดี

 

 “สมคิด”เผยญี่ปุ่นขอคำมั่นไม่เปลี่ยนนโยบาย

นายสมคิด เปิดเผยภายหลัง นายชินจิ นาคาโนะ (Mr. Shinji Nakano) ประธานหอการค้าญี่ปุ่น- กรุงเทพฯ (Japanese Chamber of Commerce, Bangkok: JCC) เข้าเยี่ยมคารวะ ว่า ทางญี่ปุ่นได้ขอความชัดเจนและการการสนับสนุนจากประเทศไทย 2 เรื่อง หลัก เรื่องแรกคือ ต้องการมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ผ่านมา โดยเฉพาะนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นโยบาย EEC และนโยบายการผลิตบุคลากร เป็นต้น ซึ่งตนเองได้ให้มาเข้าพบและบอกไปว่าไม่ต้องกังวล เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายหลักๆ ทั้งสิ้น และได้ให้ความมั่นใจว่าแม้เราจะเป็นรัฐบาลผสม แต่ก็ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และในขณะนี้มีการจัดตั้ง ครม.เศรษฐกิจ ที่ทุกอย่างจะอยู่ในกรอบในทิศทางเดียวกัน

และประเด็นที่สอง ทางญี่ปุ่นได้ขอให้ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมที่จะทำธุรกิจ โดยมีการหารือหลายเรื่อง ยกตัวอย่าง เรื่องของค่าแรง และไม่ได้รังเกียจที่จะมีการขึ้นค่าแรงและขอให้เป็นการหารือกันอย่างมีเหตุผล ซึ่งต้องเป็นไปตามนั้นอยู่แล้ว เนื่องจากประเทศไทยใช้ระบบ 3 สถาบัน คือ รัฐบาล เอกชนและแรงงาน จึงไม่ต้องเป็นห่วงและเป็น 2 ประเด็นที่เราให้ความเชื่อมั่นกับเขา

และเรื่องสุดท้ายที่ประธานหอการค้าญี่ปุ่น- กรุงเทพฯ พูดให้ฟังคือ อารมณ์ความรู้สึกของนักธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย ที่เขาได้ทำการสำรวจทุกปี ซึ่งในช่วงนี้ความรู้สึกของนักธุรกิจญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างอ่อน โดยเขาให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทำให้มีต่อการผลิตและส่งออก ในเรื่องค่าเงินบาทที่ค่อนข้างแข็ง และเรื่องของการเมืองที่ไม่ชัดเจนในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้เกิดความวิตกกังวลของนักธุรกิจญี่ปุ่น ส่วนมองในครึ่งปีหลังอย่างไรนั้น ทางญี่ปุ่นมองว่าน่าจะดีขึ้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราต้องร่วมกันประคับประคองอย่าให้เขารู้สึกหวั่นไหว

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว มีประเทศอื่นหรือไม่ที่มีความรู้สึกคล้ายๆ กันในช่วงครึ่งปีแรก นายสมคิด กล่าวว่า ก็เป็นเช่นนี้ทั้งหมดเพราะนักลงทุนทั่วไปก็มีความกังวลในเรื่องของสงครามการค้าทั้งนั้น และครึ่งปีแรก เป็นเรื่องที่การเมืองของเรายังไม่ได้รัฐบาลแต่เมื่อชัดเจนแล้วก็เชื่อว่าน่าจะดีขึ้น

ส่วนจะมีมาตรการเสริมความเชื่อมั่นหรือไม่นั้น นายสมคิด กล่าวว่า ทุกคนต้องช่วยกัน หากไม่พูดจากันให้ดีๆ มีอะไรที่แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีแต่ข่าวร้ายทุกวัน ขอไม่ตอบตรงนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยจะดีขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งแต่ขึ้นอยู่กับทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ พร้อมขอให้ช่วยกันทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเมืองไทย ตนเองเชื่อว่าประเทศไทยไปได้หากเราทุกคนร่วมมือกัน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close