ตร.ชี้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯแล้ว

ตร.ชี้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯแล้วแต่ยังคงผิดม.9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-คดีความยังคงดำเนินต่อ

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีที่นายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2563 และให้ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง ที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นอันสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2563 จึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติและอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

โดยการใด ๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการไปก่อนมีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เช่น การออกหมายจับ การจับกุม การควบคุมตัว การร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในขณะที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ มีผลใช้บังคับอยู่ ให้ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

นอกจากนี้ ตำรวจสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบุคคลผู้กระทำความผิดในขณะที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯมีผลบังคับใช้ ได้ภายในอายุความคดี แต่หากเป็นเพียงการยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนด ที่ออกตามพระราชบัญญัติ หรือออกตามพระราชกำหนด แต่พระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง กรณีเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นเพียงการยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น มิได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงสาระที่เป็นกฎหมายแท้ ๆ

ทั้งนี้ กรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นอันสิ้นสุดลง จึงเป็นการยกเลิกประกาศ กำหนด คำสั่งที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น มิได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงสาระที่เป็นกฎหมายแท้ ๆ ดังนั้น จึงไม่อาจ นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 และ 3 มาปรับใช้ได้ กรณีผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด ขณะที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ มีผลใช้บังคับอยู่ และกำหนดให้การกระทำนั้นเป็นความผิดและได้กำหนดโทษสำหรับการกระทำนั้น แม้จะยังดำเนินคดีไม่เสร็จสิ้น หรือยังมิได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่การกระทำยังคงเป็นความผิดตามมาตรา 9 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่เช่นเดิม โดยมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกทั้งสิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องมิได้ระงับไปตามมาตรา 39 แห่ง ป.วิ.อาญา จึงต้องมีการดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าวต่อไป

ข่าวน่าสนใจ

Close