“บิ๊กอู๊ด”รับ”ไบโอเมทริกซ์”ใช้งานไม่ครบทุกฟังก์ชัน

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รับ"ไบโอเมทริกซ์" ใช้งานไม่ครบทุกฟังก์ชัน-ยืนยันมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาในอนาคต

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบไบโอเมทริกซ์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนำมาใช้ในท่าอากาศยานนานาชาติ และด่านชายแดนต่าง ๆ กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่สามารถใช้ได้ครบทั้ง 30 รูปแบบ และไม่ต่างจากระบบพิบิกซ์ที่เคยใช้อยู่ รวมทั้งรถตรวจการณ์อัจฉริยะว่ามีประสิทธิภาพดีจริงคุ้มค่ากับเงินที่ซื้อไปหรือไม่

โดย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ยอมรับว่า ระบบไบโอเมทริกซ์ที่นำมาใช้มีรูปแบบไม่ครบตามสเป็กทั้งหมด แต่ยืนยันว่าเป็นไปตามสัญญาและ TOR ที่เซ็นไว้ โดยจะระยะแรกจะเริ่มใช้ในส่วนที่จำเป็นก่อน ถือเป็นการเริ่มต้นเพื่อที่จะพัฒนาเพิ่มรูปแบบอื่น ๆ ในอนาคตต่อไป เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ยืนยันว่า ระบบไบโอเมทริกซ์ใช้งานได้จริง และคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะมีสถิติการจับกุม รวมทั้งตัวเลขเงินค่าปรับยืนยันชัดเจน แต่เนื่องด้วยงบประมาณที่จำกัด ทำให้ระบบไบโอเมทริกซ์ใช้ได้ในรูปแบบที่จำกัด จึงเลือกใช้ในฟังก์ชันที่จำเป็นไปก่อน

ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า มีคดีสำคัญหลายคดีที่ไม่ได้เปิดเผยสู่สังคม เช่นคดีความมั่นคง อย่างเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2562 ระบบไบโอเมทริกซ์มีส่วนช่วยให้จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ด่านชายแดน พร้อมทั้งยกตัวอย่างกรณีเหตุวางระเบิดรั้วศาลพระพรหมที่แยกราขประสงค์ เมื่อปี 2558 ส่วนตัวมองว่าหากตอนนั้นใช้ระบบไบโอเมทริกซ์เชื่อว่าคนร้ายจะไม่สามารถเข้ามาก่อเหตุได้ เช่นเดียวกับรถตรวจการณ์อัจฉริยะ ยืนยันว่าใช้งานได้จริง สามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ในการตรวจสอบบุคคล เพื่อให้การปฏบัติภาระกิจมีความรวดเร็วมากขึ้น

ข่าวน่าสนใจ

Close