“บิ๊กโจ๊ก”เข้าให้ข้อมูลป.ป.ช.คดีไบโอเมทริกซ์

"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" พบ ป.ป.ช. ให้ข้อมูลจัดซื้อเครื่องไบโอเมทริกซ์ - รถยนต์ตรวจการไฟฟ้าอัจฉริยะ วงเงินรวมกว่า 3 พันล้านบาท แต่ใช้งานไม่มีประสิทธิภาพ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าพบคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน หลังจากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลินิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคมร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการไบโอแมทริกซ์ วงเงินกว่า 2,100 ล้านบาท และโครงการรถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะ วงเงินกว่า 900 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้มาให้ข้อมูลในฐานะพยาน และจะมีข้าราชการตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทยอยเข้าให้ข้อมูลอีกไม่ต่ำกว่า 40-50 คน ซึ่งก็พร้อมเป็นพยานในเรื่องนี้หลังจากมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวผิดปกติในเรื่องของสัญญา ทั้งการใช้งานที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ยกเลิกสัญญาไป แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงโอนงบประมาณของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปจัดซื้อเอง จากเดิมที่วงเงินประมาณ 1 พันล้านบาท แต่กลับสูงไปกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งโครงการไบโอเมทริกซ์ ก็เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการเข้าออกราชอาณาจักร แต่ในเมื่อเครื่องมือใช้การไม่ได้ตามสัญญาและเลื่อนส่งมอบงานไปถึง 4 ครั้ง อีกทั้งวงเงินก็เพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอด ทำให้เห็นว่าต้องยกเลิกโครงการนี้ไป

แม้ว่าขณะนี้โครงการจะผ่านแล้วและติดตั้งใช้งานตามสนามบินในหลายจังหวัด แต่ยังมีอีกหลายฟังก์ชั่นที่ไม่สามารถใช้งานได้ รวมทั้งพบว่ามีการสั่งเครื่องมาเพิ่มเติม เพื่อให้กองบัญชาการอีกหลายที่รับเครื่องไว้ใช้แต่ก็ไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

เช่นเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าอัจฉริยะ 260 คัน มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท พลตำรจโทสุรเชษฐ์ ระบุว่า โครงการนี้ถูกอนุมัติงบประมาณเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ก่อนมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และก็เห็นว่ารถยนต์ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งชาร์จไฟฟ้า ระบบไวไฟ ในต่างจังหวัด จนสุดท้ายก็นำมาจอดทิ้งไว้ หรือก็ใช้เป็นรถนำขบวนแทนซึ่งก็ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ รวมทั้งก็ไม่สามารถนำมาเติมน้ำมันได้

สำหรับ กรณีนี้มีผู้ถูกร้องทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่งทั้ง 2 คนนี้เกี่ยวข้องในฐานะผู้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึง พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะเป็นผู้ตรวจรับงานโครงการดังกล่าวและเป็นผู้ขยายสัญญาให้กับเอกชน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close