ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องแก๊งต่างชาติค้าประเวณี

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง 5 จำเลย แก๊งต่างชาติ ร่วมค้าประเวณี คำเบิกความพยานโจทก์ ยังมีข้อสงสัย

ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. ศาลนัดอ่านอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำ คม.64/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ ฟ้องนายไมเคิล เพิร์ล อายุ 47ปี ชาวซูดาน สัญชาติออสเตรเลีย, นายแคสสัน วาคีย์ อายุ 38ปี สัญชาติซีเรีย, นายฉลาด หรือ ชัยรัตน์  อายุ 64 ปี, นายอารีย์ หรือ ชยากร  อายุ 42 ปี และนางฮานา  อายุ 39 ปี สัญชาติโมร็อกโก ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีฯ

จากกรณีระหว่าง 11 ต.ค.59 – 26 มี.ค.60 นายไมเคิลจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้จัดการ “ดรีมดิสโก้” ชั้น 4 โรงแรมซีนิท ถนนสุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. ร่วมกับพวกจำเลยวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ ใช้กลอุบายหลอกลวงเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวผู้เสียหายชาวโมร็อกโก 4 คน ไปค้าประเวณี อ้างว่าให้ไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในประเทศไทย มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่สบาย แต่จำเลยกลับบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ค้าประเวณี คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.61 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 19 ปี ขณะที่จำเลยที่ 2-5 ถูกจำคุกคนละ 16 ปี

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวน ประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ ในส่วนคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ยังมีข้อพิรุธสงสัยว่า ที่ผู้เสียหายที่ 1 อ้างว่า ถูกยึดหนังสือเดินทาง แต่กลับไม่ปรากฏว่ามีการยึดหนังสือเดินทางของผู้เสียหายที่ 1 แต่อย่างใด โดยผู้เสียหายทั้งหมดยังคงเดินเข้าออกร้านได้ตามปกติ และยังสามารถเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังร้านใกล้เคียงได้อีก นอกจากนี้จากการติดตามผู้เสียหายที่ 1 พบว่า เดินทางไปทำงานในไนต์คลับที่ลักษณะเดียวกับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดภูเก็ตได้อีก อีกทั้งผู้เสียหายทั้ง 4 ไม่ได้เรียกร้องขอการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ แสดงว่าสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธสงสัยว่าจำเลยทั้ง 5 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้ง 5 พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างการอ่านคำพิพากษา นางฮานาจำเลยที่ 5 มีอาการเป็นโรคลมชักกำเริบ เนื่องจากความตื่นเต้นในการฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นกระทั่งอาการดีขึ้นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อทำการรักษาพยาบาลและปล่อยตัวต่อไป สำหรับการฟังคำพิพากษานัดนี้มีตัวแทนจากสถานทูตโมร็อกโคเข้าสังเกตการณ์ติดตามความคืบหน้าด้วย

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close