ตร.จ่อหมายเรียกบริษัทเอี่ยวเครนถล่มให้ปากคำ

ตำรวจ สน.บางรัก เตรียมออกหมายเรียก อีก 5บริษัทเอี่ยวเครนถล่มเข้าให้ปากคำ ขณะเร่งหาคนงานที่ขับ

พ.ต.อ. ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุเครนก่อสร้างอาคารใกล้โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เขตบางรัก มีชิ้นส่วนหล่นลงมาใส่อาคารเรียน และโรงฝึกพละศึกษา ทำให้มีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 คน โดย 1 ใน 10 มีอาการบาดเจ็บสาหัส แพทย์ลงความเห็นว่าต้องรักษาตัว 21 วัน ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส กับวิศวกรผู้ควบคุมเครนแล้ว ภายหลังเจ้าตัวเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ส่วนคนงานที่ขับเครนนั้นกำลังอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว เบื้องต้นเชื่อว่า ยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่กทม. ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวแล้ว เชื่อว่าจะได้ตัวในเร็ว ๆ นี้ โดยหากไม่เดินทางมามอบตัว จะมีการออกหมายจับใน 1 – 2 วันนี้  ( อ่านข่าว:ผว.กทม.สั่งย้ายหน.ฝ่ายโยธาบางรักเซ่นเครนถล่ม )

 

ขณะที่การดำเนินคดีกับบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนั้น ปัจจุบันพบมี 6 บริษัทที่ปรากฎชื่อเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ซึ่งล่าสุด ทางตำรวจได้ทำงานร่วมกับสำนักงานเขตบางรัก โดยได้ให้สำนักงานเขตบางรักช่วยประสานไปยังผู้บริหารที่มีชื่อปรากฏใน 6 บริษัท ให้เดินทางเข้าให้ปากคำ รวมถึงรับทราบข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้น พบบริษัทแม่ ได้ติดต่อประสานเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว คงเหลืออีก 5 บริษัทที่ยังไม่แจ้งกลับมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหากไม่มีการติดต่อกลับมา ทางพนักงานสอบสวนก็จะทำการออกหมายเรียกภายในวันนี้ และพรุ่งนี้ ต่อไป

 

 

สำหรับขั้นตอนทางกฎหมายจากนี้ คือทางพนักงานสอบสวนจะมีการแจ้งข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน จากนั้นจึงจะมีการสอบสวนว่า บริษัทใดเกี่ยวข้องกับการดูแลในส่วนของเครนที่พังเสียหายโดยตรง ซึ่งหากพบจึงจะมีการดำเนินการสั่งฟ้อง แต่หากไม่พบความเกี่ยวข้องก็จะไม่ดำเนินการสั่งฟ้อง

นอกจากนี้ ยังมีอีกข้อหาหนึ่งที่ทางสำนักงานบางรักจะต้องแจ้งเพิ่มเติมคือ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานก่อสร้างโดยไม่ขออนุญาต เนื่องจากตรวจสอบพบว่า โครงการดังกล่าวทางสำนักงานเขตได้สั่งให้มีการระงับการก่อสร้างไปก่อนหน้านี้ แต่กลับพบว่ายังคงดำเนินการก่อสร้างอยู่จึงถือว่าละเมิดคำสั่ง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close