สรุป7วันอันตรายตาย386เจ็บ3442ลดลงจากปีก่อน

ศปถ. สรุปตัวเลข 7 วันอันตรายสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุ 3,338 ครั้ง เสียชีวิต 386 ราย บาดเจ็บ 3,442 คน ลดลงจากปีก่อน มี 4 จังหวัดตายเป็นศูนย์

นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2562 เปิดเผยว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 17 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 273 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 30 ราย ผู้บาดเจ็บ 277 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด

ทั้งนี้ สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เม.ย. 62 เกิดอุบัติเหตุ 3,338 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 386 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,442 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา สุโขทัย และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 15 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 136 คน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 36.61 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 79.25 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.15 (อ่านข่าว : สรุปยอด7วันจับเมาแล้วขับทะลุ12,000คดี-กทม.สูงสุด)

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในการเกิดอุบัติเหตุและสูญเสีย ถือว่าลดลงจากปี 2561 ที่เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 418 คนและมีผู้บาดเจ็บ 3,897 คน

 

ในการนี้ นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 ว่า ปีนี้เป็นปีที่มีความพิเศษ เพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานความห่วงใย ให้กับประชาชน และพระราชทานแนวทางจิตอาสา ร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจด่านชุมชนที่สามารถช่วยลดอุบัติเหตุความสูญเสียได้มาก การดำเนินการตาม 7 มาตรการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง ทั้งเรื่องของคน ถนน สภาพแวดล้อม ยานพาหนะ การคมนาคมทางน้ำ การดูแลด้านการรักษาพยาบาลหลังเกิดเหตุ การดูแลนักท่องเที่ยว และการบริหารจัดการ สามารถลดความสูญเสีย ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน มาตรการเมาไม่ขับ จับยึดรถของคสช. ที่สามารถตรวจสอบรถ 4 ล้านคัน จากทั้งหมด 7 ล้านคัน และมีการตรวจยึดได้กว่า 7,200 คัน ถือว่าเป็นปัจจัยที่ลดการสูญเสีย

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่พอใจผลภาพรวมสถิติการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียว่า เป็นการรับทราบตัวเลขของภาพรวมเท่านั้น แต่ในวันนี้จะมีการสรุปตัวเลขที่ชัดเจน และจะได้มีการปรับปรุงแก้ไข มาตรการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของกฎหมายและมาตรการทางสังคม พร้อมสั่งการให้คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ไปประมวลผลและประเมินสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อกำหนดเป็นมาตรการที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเพื่อนำเสนอรัฐบาล นำไปใช้ในการลดความสูญเสียต่อไป เช่น การดำเนินการกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ จะต้องมีมาตรการเพิ่มเติม เข้ามาดำเนินการหรือไม่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้สถิติลดลง โดยมีจังหวัดที่ไม่มีการสูญเสียเลย ได้แก่ จังหวัด อ่างทอง และพังงา และมี 626 อำเภอ ที่ไม่มีการสูญเสียเช่นกัน ซึ่งเป็นการปฏิบัติร่วมกับจิตอาสา จึงทำให้การปฏิบัติงานดีขึ้น และลดการสูญเสียได้มากขึ้น

คสช.สรุปยึดรถ7,282คันพบทำผิดลดลงจากปีก่อน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และรองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดูแล ประชาชนทั้งในเรื่องการสัญจร มาตรการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ จัดระบบอำนวยความสะดวกในสถานที่ท่องเที่ยว การดูแลภาพรวมในการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ตามชุมชนเมืองใหญ่ รวมทั้งการตั้งจุดบริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คสช. และรัฐบาล ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วน และจิตอาสา ที่ทุ่มเทปฏิบัติงานตลอดช่วงวันหยุดยาวและขอขอบคุณประชาชนผู้ใช้เส้นทางที่ร่วมมือปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทำให้ภาพรวมในปีนี้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัวและร่วมกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์อย่างมีความสุข จึงขอให้ช่วยกันรักษาวินัยจราจรเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยในทุกโอกาสทุกเทศกาลไว้ด้วย

ทั้งนี้ สำหรับวันสุดท้าย (17 เม.ย.) ตามมาตรการลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” นั้น พบรถจักรยานยนต์ กระทำผิด 38,844 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 532 คัน และส่งดำเนินคดี 23,259 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล กระทำความผิด 26,860 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,942 ราย ยึดรถยนต์ 246 คัน ส่งดำเนินคดี 18,043 คน

ทั้งนี้ สรุปรวม 7 วันมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” 11-17เม.ย. -พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 388,854 ครั้ง แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 215,973 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 172,881 ครั้ง ลดลงจากปี 2561 คิดเป็นร้อยละ 20 (ผู้กระทำผิดในห้วงสงกรานต์ปี 2561จำนวน 490,512 ครั้ง) ยึดรถ 7,282 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 5,297 คัน และรถยนต์ 1,985 คัน ลดลงจากปี 2561คิดเป็นร้อยละ 55 (ปี2561 ยึดรถรวม 16,288คัน) ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 271,657 คน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 154,928 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 116,729 คน ลดลงจากปี2561 คิดเป็นร้อยละ 12 (ปี 2561 ดำเนินคดี 310,299 คน)

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close