ตร.ยันยิงนศ.อาชีวะเสียชีวิตไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

รอง ผบก.น. 3 ยืนยันเหตุตำรวจยิงนักเรียนอาชีวะ เสียชีวิต ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมอธิบายข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ระบุถึงกรณีที่ตำรวจ ยิงนักเรียนเทคโน ย่านบางกะปิ เสียชีวิต เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ว่า ตำรวจไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เหตุการณ์ทุกอย่างชี้แจงได้โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด

เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากตำรวจ ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ซึ่งเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดได้ไปจับกุมกลุ่มวัยรุ่นในคดียาเสพติด 3 คนโดยในขบวนรถคันแรกเป็นรถของหัวหน้าชุด คันที่สองเป็นรถของทีมงานตำรวจ และ คันสุดท้ายเป็นรถกระบะตราโล่ซึ่งควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กระบะท้าย ส่วนตัวตำรวจอยู่ภายในรถ ระหว่างที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับเข้ามาตีคู่ที่กระบะด้านหลังและถามผู้ต้องหาว่า “ใครด่าแม่กู“ จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปปาดหน้ารถกระบะที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา (คันที่ 3) ก่อนจะใช้อาวุธปืน กระหน่ำยิงเข้าไปภายในรถของตำรวจด้านซ้ายซึ่งมีร่องรอยของหัวกระสุนฝังอยู่ภายในตัวถังและที่ยางล้อรถ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถกระบะพุ่งชนเพื่อให้รถของผู้เสียชีวิตล้มและจะเข้าจับกุมตัว จากนั้นผู้เสียชีวิตได้ยิงปืนตอบโต้กับตำรวจ ตำรวจจึงตัดสินใจยิงสวนสวนจากภายในรถ จนกระทั่งทราบภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิตจากนั้นหัวหน้าชุดจับกลุ่มที่ใส่เสื้อสีแดงตามคลิปภาพได้ขับรถกลับมาดูที่ท้ายขบวนและเรียกให้พนักงานสอบสวนสน. พื้นที่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุซึ่งระหว่างนั้นกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้กรูเข้ามาจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากเข้าใจว่าชายเสื้อสีแดงซึ่งเป็นหัวหน้าชุดจับกลุ่มเป็นคนทำร้าย และในระหว่างที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ถ้าชุดจับกลุ่มเห็นว่าจะเป็นอันตรายเพราะกลุ่มเพื่อนของผู้ตายเริ่มประชิดตัวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอารมณ์โกรธแค้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าสองนัดและพูดว่า “ใครเข้ามากูยิง“ แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสวนออกไปเพื่อเปิดทางหนี

พ.ต.อ.ชาญวิทย์ ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็นและสามารถให้ความเป็นธรรมกับผู้ตายได้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุแต่เป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ อีกครั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของชุดจับกลุ่มทั้งหมด เบื้องต้นพบว่าไม่มีประวัติความขัดแย้งกับกลุ่มของผู้ตายมาก่อน ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ต้องหา 3 คนที่อยู่ท้ายกระบะของตำรวจอาจพยายามหาทางหลบหนีโดยใช้วิธีการ ชวนผู้ตายทะเลาะเพื่ออาศัยจังหวะหลบหนี ซึ่งประเด็นดังกล่าวตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนที่ท้ายกระบะมาสอบสวนอย่างละเอียดว่าช่วงก่อนเกิดเหตุได้มีการตะโกนด่าทอหรือชักชวนทะเลาะวิวาทหรือไม่

ส่วนกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นมีการถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ จนตนเองเกือบโดนทำร้ายด้วยนั้น พ.ต.อ.ชาญวิทย์ ระบุว่า จะไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มที่เข้ามาทำร้ายเพราะเข้าใจถึงความรู้สึกของกลุ่มผู้ทำร้าย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

พ่อแม่เตรียมรับศพลูกชายหลังถูกตร.ยิงดับ

ผบช.น.แจงตร.ยิงนศ.อาชีวะเหตุป้องกันตัว

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close