ล่าโจรใต้ปาบึ้มเผารถสนง.การไฟฟ้ายะลา-ปัตตานี

ตำรวจ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายลักลอบ ปาระเบิดขวด เผารถยนต์ สนง.การไฟฟ้ากาบัง จว.ยะลาและโคกโพธิ์ ปัตตานี กลางดึก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีความไม่สงบในพื้นที่ 3 จว. ชายแดนใต้ว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.กาบัง จว.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายไม่ทราบชื่อ ประมาณ 10 คนแต่งกายสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า พร้อมด้วยอาวุธปืน M16 และอาวุธปืนพกสั้น เข้ามาบริเวณสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.กาบัง ลอบวางเพลิงเผารถยนต์ ได้รับความเสียหาย จำนวน 2 คัน และวัสดุอุปกรณ์ภายในสำนักงานถูกวางเพลิงได้รับความเสียหาย คนร้ายได้จับ จนท.จำนวน 6 นาย มัดไว้ด้านหลังห่างจากที่ทำการไฟฟ้า ประมาณ 50 เมตร และ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. สภ.โคกโพธิ์ จว.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ขับขี่รถ จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ขว้างระเบิดขวดและใช้อาวุธปืน ยิงใส่สำนักงานการฟ้าส่วนภูมิภาค อ.โคกโพธิ์ หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบปลอกกระสุนปืนขนาด 7.62 มม. จำนวน 7 ปลอกและปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม.จำนวน 10 ปลอก ตกอยู่บริเวณนอกรั้วหน้าที่ทำการไฟฟ้าฯ และระเบิดขวดทำด้วยแก้ว(ขวดสปอนเซอร์) บรรจุน้ำมันและผ้า จำนวน 2 ขวด แตกจำนวน 1 ขวด ตรวจสอบภายในบริเวณอาคารสำนักงานการไฟฟ้า พบร่องรอยกระสุนปืนบริเวณประตูบานเลื่อนทำด้วยกระจก จำนวน 1 บาน , หน้าต่างชั้น 2 จำนวน 5 บาน

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ น่าเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของคนร้ายในพื้นที่ ซึ่งสถิติการเกิดสถานการณ์ในพื้นที่เปรียบเทียบปีที่ผ่านมา ถือว่ามีสถิติลดลง ซึ่งบางครั้งอาจเกิดสถานการณ์ความไม่ในพื้นที่บ้าง โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร ปกครอง จะได้เพิ่มมาตรการในการป้องกันและการปราบปราม พร้อมกับสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว โดยวันนี้ (30ส.ค.) พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภจว.ยะลา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ กรณีคนร้ายปล้นทรัพย์และวางเพลิงเผา สนง.การไฟฟ้ากาบัง จว.ยะลา

พร้อมกันนี้ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้โดยเร็ว รวมทั้งให้เร่งสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ โดยเฉพาะผู้มีคดีข้างเก่า เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ในการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน ทั้งนี้ ก็ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close