เจอปืนแล้ว!กระบอกที่ยิงหญิง55ปีดับสุขาภิบาล5

มือปืนยิงหญิงวัย 55 ปีดับ ย่านสุขาภิบาล 5 ปฏิเสธอ้างแค่หยอกล้อก่อนปืนลั่น - ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าโดยเจตนา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหญิงวัย 53 ปี เสียชีวิต ในพื้นที่ สน.คันนายาว ว่า ได้รับรายงานจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล2 ว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 20.30 น. สน.คันนายาว ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดและมีผู้เสียชีวิต พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมด้วยตำรวจ นครบาลคันนายาว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ จนท.พฐ./ชุด EOD / แพทย์รพ.ตร.ได้ร่วมกันออกไปตรวจสถานที่เกิดเหต เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบศพ นางสาวมานิต คงวิเศษ อายุ 55 ปี บริเวณบ้าน เขตบางเขน กทม. มีบาดแผลบริเวณช่องปากและบริเวณท้ายทอย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ผลการตรวจที่เกิดเหตุของ แพทย์, จนท.พฐ , จนท.EOD ไม่พบว่ามีส่วนประกอบของวัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุ ผู้ตายเสียชีวิตจากการถูกอาวุธปืนยิงเข้าปากทะลุท้ายทอยถึงแก่ความตาย ไม่ใช่เหตุระเบิดตามที่ได้รับแจ้งแต่อย่างใด จากการสืบสวนสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายและ นายวิโรจน์ สำราญเกตุ มีปากเสียงกันก่อนที่นายวิโรจน์ฯ จะใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จนท.จึงได้จับกุมตัวนายวิโรจน์ฯ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ขณะที่ นายวิโรจน์ฯผู้ต้องหาให้การปฏิเสธอ้างว่าเป็นการเอาปืนมาหยอกล้อกับผู้ตายและเกิดปืนลั่นถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย หลังก่อเหตุตนได้ขว้างอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไปที่บริเวณป่าหญ้าข้างบ้าน เบื้องต้นได้จัดชุดตรวจหาแล้วยังไม่พบเนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ต่อมาจากการสอบปากคำบุตรชายของ นายวิโรจน์ ให้การว่าหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ใช้ให้เป็นคนนำอาวุธปืนลูกซองสั้น(ไทยประดิษฐ์)ที่ใช้ก่อเหตุไปซ่อนฝังไว้หลังบ้าน ตนจึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปนำอาวุธปืนดังกล่าวมาเป็นของกลางประกอบคดีตามกฎหมายต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ พนักงานสอบสวนได้รับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีแล้วตามกฎหมาย สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ และผลตรวจวัตถุพยานจากพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close