2สารพิษอันตรายใน”ควันบุหรี่”ทำเด็กในครรภ์ไอคิวต่ำ

กรมสุขภาพจิต เผย 2 สารพิษอันตรายใน“ควันบุหรี่” ทำให้เด็กในครรภ์ ไอคิวต่ำ

เช้าวันนี้ ( 31 พฤษภาคม 2561 )  นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา เปิดแพรคลุมป้าย คลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี ตลิ่งชัน กทม. เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กที่สติปัญญาบกพร่องและกระตุ้นพัฒนาการในแต่ละด้านจากทีมสหวิชาชีพอย่างเหมาะสม ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพ มีความพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือมีอาชีพที่เหมาะสม ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือภาครัฐกับองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์หรือเอ็นจีโอ ดูแลคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสติปัญญานอกรั้วโรงพยาบาล ลดภาระครอบครัวและสังคม  อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีประชาชนทุกช่วงวัยที่มีสติปัญญาบกพร่อง (Intellectual  Disability) มีระดับไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยมากถึง 650,000 คนทั่วประเทศ โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัยทั้งพันธุกรรม สมองกระทบกระเทือน ขาดธาตุเหล็ก ไอโอดีน และยังพบว่าเกิดมาจากการสูดควันบุหรี่ขณะมารดาตั้งครรภ์ทั้งควันบุหรี่มือ 1 และควันบุหรี่มือ 2 สารในควันบุหรี่ที่มีผลกระทบกับเด็กในครรภ์มากที่สุดคือสารคาร์บอนมอนน็อคไซด์และนิโคติน ทำให้หลอดเลือดหดตัวและขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงจากตัวแม่ไปยังลูกผ่านทางสายสะดือและรก ไม่เพียงพอด้วย จึงมีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมองของเด็กผิดปกติ ทำให้สติปัญญาต่ำ ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีเพียงการบำบัดและฟื้นฟู เพิ่มทักษะด้านต่างๆให้ผู้ที่มีบกพร่องดำเนินชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ที่ผ่านมาผู้มีสติปัญญาบกพร่องเข้าถึงระบบการดูแลรักษาฟื้นฟูประมาณร้อยละ 10 โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในวัยเรียนภาคบังคับ อายุ 5-15 ปี  ยังอยู่นอกระบบการศึกษามากถึงร้อยละ 75  จึงขอให้ประชาชนที่มีลูกหลานมีพัฒนาการล่าช้า หรือมีสติปัญญาบกพร่อง พาไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านทั่วประเทศหรือปรึกษาสายด่วน 1323 ฟรี  เพื่อรับการตรวจประเมินความรุนแรงและขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการทางสติปัญญา ได้รับการช่วยเหลือด้านต่างๆโดยเร็ว

ทางด้านนายแพทย์ศรุตพันธุ์ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กทม. กล่าวว่า           ผู้ที่สติปัญญาบกพร่อง มีความเสี่ยงเกิดปัญหาทั้งสุขภาพกายและอารมณ์ จิตใจ มีพฤติกรรมต่อต้านสังคมสูงกว่าบุคคลทั่วไป จึงต้องมีผู้ดูแลช่วยเหลือในดำรงชีวิตอย่างใกล้ชิด และได้รับการช่วยเหลือด้านสวัสดิการทางสังคมจากภาครัฐ  สำหรับความร่วมมือในคลินิกกระตุ้นพัฒนาการครั้งนี้ ศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคาร สนับสนุนด้านอุปกรณ์และสถานที่ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เน้นหนักในเด็กอายุ 5-15 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษา  โดยสถาบันกัลยาณ์ฯจัดทีมสหวิชาชีพนำโดยจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ตรวจประเมินอาการความรุนแรง ให้การรักษาอาการผิดปกติทางจิตใจ นักจิตวิทยาคลินิกตรวจประเมินระดับไอคิวและปรับพฤติกรรม พยาบาลวิชาชีพวางแผนจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการรายบุคคลร่วมกับครูการศึกษาพิเศษ  นักกิจกรรมบำบัดฝึกเตรียมความพร้อมการพูดและฝึกทักษะต่างๆที่จำเป็นต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง  นักกายภาพบำบัดกระตุ้นการเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มกำลังและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกวัน ทบทวนแผนทุก 1 เดือน และประเมินความก้าวหน้าทุก 6 เดือน เพื่อปรับแผนการบำบัดฟื้นฟู โดยได้เริ่มทดลองดำเนินการในเดือนมกราคม  2561 – เมษายน 2561 จำนวน 14 คน ได้ฟื้นฟูด้านกิจกรรมบำบัด 712 ครั้ง ด้านกายภาพบำบัด 693 ครั้ง กระตุ้นพัฒนาการและปรับพฤติกรรม 715 ครั้ง ต้องทำอย่างต่อเนื่อง  ขณะนี้มีเด็กสติปัญญาบกพร่องอยู่ในศูนย์การเรียนฯ 50 คน

ข่าวน่าสนใจ

Close