ตร.เร่งสอบโครงการ”บริหารหนี้”เสียหาย229ลบ.

ตร.เร่งตรวจสอบโครงการ "บริหารหนี้" เสียหายกว่า 229 ล้านบาท - ช่วยเหลือตร.ที่เดือดร้อน ปล่อยกู้สหกรณ์ฯ รายละ 5 หมื่น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณี กลุ่มข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.จว.เลย จำนวน 192 นาย เข้าร้องเรียนกรณี ได้รับความเสียหายจากโครงการ “บริหารหนี้” ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย มูลค่ากว่า 229 ล้านบาท ว่า ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่ง ตำรวจภูธรภาค 4 ที่ 1140/2561 ลงวันที่ 27 พ.ค. 2561 โดยมี พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นประธานคณะกรรมการ โดยให้คณะกรรมการร่วมกันทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า มีพฤติการณ์และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง มีมูลความทางอาญาหรือทางวินัยหรือไม่ และให้สืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการยักยอกถ่ายโอนไปยังผู้ใดบ้าง และรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชารับทราบโดยเร็ว
ขณะนี้คณะกรรมการได้สอบปากคำข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 30 ปาก พร้อมตรวจสอบการบริหารงานของสหกรณ์ ภ.จว.เลย ปรากฏว่าเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ สามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่กระทบกับสมาชิกท่านอื่น โดยในอาทิตย์หน้าคณะกรรมการจะสอบปากคำผู้ถูกร้องเรียน ถึงเรื่องการนำเงินดังกล่าวไปบริหารงาน ว่านำเงินไปใช้ทำอะไร หลังจากสอบปากคำแล้วจะพิจารณาว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ จากนั้น กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จะสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และทำเรื่องเสนอมาที่ ตร. ซึ่งทาง ตร. จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และจากการประชุมของคณะทำงานจะมีการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหายทั้ง 192 นาย โดยให้กู้ยืมสหกรณ์ฯ รายละ 50,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปชำระหนี้ธนาคารและไฟแนนซ์ ที่ค้างมา 4-5 งวด เพื่อไม่ให้มียอดค้างเพิ่มขึ้น ในส่วนของประเด็นที่ทางฝ่ายผู้ถูกร้องเรียนประสานมาว่า จะมีการคืนเงินให้ภายใน 2 เดือนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ จากทางฝ่ายผู้ถูกร้องเรียน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ใด

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่าได้รายงานความคืบหน้าให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ผบ.ตร. ได้กำชับให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รวดเร็ว ถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับการดำเนินการในส่วนของ ตร. นั้น ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รายงานขึ้นมาก่อน ซึ่งคณะทำงานมีอิสระในการดำเนินการ หากพบเป็นความผิดก็ว่าไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ทั้งทางวินัยและอาญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมให้กับข้าราชการตำรวจทุกฝ่าย ทั้งนี้จะเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อความชัดเจนและสามารถตอบคำถามของสังคมได้ต่อไป

ข่าวน่าสนใจ

Close