The Day of the Jackal-สืบสวนระดับคลาสสิค

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

สัปดาห์นี้…เปลี่ยนบรรยากาศ ไปว่ากันถึงหนังประเภทบู๊ แอคชั่น สืบสวนสอบสวน กันดูมั่ง แต่ไม่ได้บู๊ แอคชั่น แบบยิงกันจอตุงไป-ตุงมา เหมือนหนังบู๊ หนังแอคชั่นในยุคนี้ ที่ขนเอฟเฟคมาใส่กันในแทบทุกฉาก ทุกตอน ยิงกันหมดแม็ค ทั้งปืนสั้น ปืนยาว แถมบางครั้งตามด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดอีกต่างหาก ส่วนหนังเรื่องนี้…เกือบทั้งเรื่อง ยิงกันแค่นัด-สองนัด เท่านั้นเอง แต่กลับเป็นอะไรที่ มันซ์ซ์ซ์พ่ะย่ะค่ะ มันซ์ซ์ซ์ไปกับความเป็น “ของจริง-ของแท้”ที่ถูกสอดแทรกอยู่ในทุกบท ทุกตอน ของเนื้อเรื่อง…

หนังที่ว่า…ก็คือหนังอังกฤษที่ออกฉายช่วงปีค.ศ. 1973 ใช้ชื่อว่า “The Day of the Jackal” ชื่อเดียวกับนิยายสืบสวนสอบสวน ที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังเรื่องนี้ ซึ่งตอนที่ยังเป็นนิยาย เป็นวรรณกรรม ก็เรียกว่า…ดังระเบิดเถิดเทิง ชนิดที่ทำให้ผู้เขียนอย่าง “เฟรเดอริค ฟอร์ไซต์” (Frederic Forsyth)ที่เริ่มเขียนนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ผงาดขึ้นมาคว้ารางวัล “Edgar Allan Poe Award” อันเป็นรางวัลสำหรับนักเขียนเรื่องราวประเภทสยองขวัญ ได้แบบฉับพลัน-ทันที แถมนิยายเรื่องนี้ยังขายดีระดับเทน้ำ เทท่า ซะอีกต่างหาก บ้านเรา…ในช่วงนั้น ก็เคยนำเอามาแปลให้บรรดานักอ่านได้รับรส รับทราบ กันไปตามสมควร…

คือโดยประวัติความเป็นมาของ “เฟรเดอริค ฟอร์ไซต์” นั้น…ต้องเรียกว่า ไม่น่าแปลกใจซักเท่าไหร่ ที่ทำให้เขาสามารถเสกสรร ปั้นแต่ง นวนิยายในแนวนี้ออกมาได้แบบเป็นล็อตๆ ไม่ว่าเรื่อง “The Odessa File” “The Fourth Protocol” “The Dog of War” “The Afghan” “The Cobra” ฯลฯลฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้เป็นต้น แถมแต่ละเรื่องยังถูกนำไปสร้างเป็นหนัง นับเป็นโหลๆเอาเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุเพราะ…ก่อนที่จะมาเป็น “นักเขียน” แบบเต็มตัว เต็มตีนนั้น เขาเคยเป็นทั้งนักบิน กองทัพอากาศอังกฤษ ก่อนผันตัวเองมาเป็น “นักหนังสือพิมพ์” เคยอยู่ทั้งสำนักข่าวรอยเตอร์ และบีบีซี. แถมบางช่วง บางระยะ ขณะที่ถูกส่งให้ไปเจาะข่าวๆแถวแอฟริกา ยังเคยสวมบทเป็น “สายลับ” ให้กับหน่วยข่าวกรอง “MI6” ของอังกฤษอีกต่างหาก ด้วยข้อมูล ความรู้ ในระดับแตกฉาน ด้วยประสบการณ์ระดับแตกลายงา เช่นนี้ จึงถือเป็นเรื่อง “ไม่แปลก” อย่างที่ว่า เมื่อเขาลาออกจากสำนักข่าวบีบีซี.มาดำรงตนเป็น “นักข่าวอิสระ” และเริ่มขีดๆเขียนๆนิยายเรื่องแรก ว่าด้วยการวางแผนลอบสังหารอดีตผู้นำฝรั่งเศส อย่างนายพล “เดอโกลล์” (Charles de Gaulle) สิ่งที่ถูกขีดๆเขียนๆ เลยแทบไม่ต่างไปจาก “เรื่องจริง” ที่แม้  “อิงนิยาย” เอาไว้ก็ตาม…

ใครที่เคยอ่านหนังสือเรื่อง “The Day of the Jackal” ที่บ้านเราเอามาแปล โดยตั้งชื่อว่าอะไรก็จำไม่ได้ซะแล้ว จำได้คลับคล้ายคลับคลา ว่าน่าจะเป็นคุณพี่ “ธนิต ธรรมสุคติ” เป็นผู้ถอดความจากอังกฤษเป็นไทย โดยส่วนใหญ่แล้ว…มักจะมันซ์ซ์ซ์กันระดับขี้แตก-ขี้แตนมาตั้งแต่ยังไม่ได้ดูหนังเอาเลยก็ว่าได้ หรือเผลอๆ…อ่านหนังสืออาจจะมันซ์ซ์ซ์ซะยิ่งกว่าหนังไปซะอีก เพราะการบรรยายถึงรายละเอียดของตัวละครแต่ละตัว ฉากการวางแผน รายละเอียดของอาวุธปืน เทคนิคในการปลอมแปลงเอกสาร เล็ดรอดเข้าประเทศโน้น ประเทศนี้ เทคนิคของการสืบสวนไล่ล่า และเทคนิคการหลบหนี ให้พ้นเงื้อมมือของกฏหมาย ถ้าหากไม่ใช่ประเภท “รู้ลึก-รู้จริง” ซะอย่างแล้ว ไม่มีทางบรรยายออกมาได้ละเอียด ประณีต ถึงขั้นนั้น…

งานเขียน งานวรรณกรรม ของ “เฟรดเดอริค ฟอร์ไซต์” นั้น…ว่าไปแล้ว อาจถือเป็นแบบอย่าง ตัวอย่าง ของบรรดาผู้ที่อยากจะเป็น “นักเขียน” ไม่ว่าในบ้านเรา หรือที่อื่นๆได้เป็นอย่างดี คือจะไปนั่งคิด นั่งจินตนาการ เพียงอย่างเดียวล้วนๆมันคงมิได้ เพราะสิ่งที่สำคัญเอามากๆในงานเขียนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็แล้วแต่ ก็คือการ “เข้าถึง” และ “เข้าใจ”ต่อสิ่งที่ตัวเองอยากเขียน หรือกำลังจะเขียน แบบจริงๆจังๆ พูดง่ายๆว่า…ต้องรู้ลึก รู้จริง ต้องมีข้อมูลระดับลึกๆเข้าไปถึง “วิญญาน” ของสิ่งนั้นๆ มันถึงจะถักทอบูรณาการงานเขียนออกมาได้แบบสมน้ำ สมเนื้อ หรือถ้าพูดกันภาษา “ท่านประธานเหมา เจ๋อ ตุง” คือต้องมีขีดความสามารถในการ “สัมผัสกับต้นธารแห่งวรรณคดี”ที่ตัวเองคิดจะเสกสรร ปั้นแต่ง ขึ้นมาได้จริงๆ…

และคงเพราะโดยเนื้อเรื่อง โครงเรื่อง ที่สุดแสนจะลุ่มลึก เมามันซ์ซ์ซ์ อยู่แล้วนั่นเอง เมื่อผู้กำกับมือเก๋า อย่าง “เฟรด ซินเนแมน” (Fred Zinneman) ที่เคยกำกับหนังคาวบอยคลาสสิค อย่าง “High Noon” เคยทำหนังอัตตชีวประวัติของอภิมหาบุรุษอย่าง “เซอร์ โธมัส มอร์” ผู้เขียนเรื่อง “ยูโธเปีย” หรือเรื่อง “A Man For All Seasons” อันเป็นหนังที่คว้านลึกไปถึงสมองและหัวจิตหัวใจของนักปรัชญาอังกฤษ ผู้พร้อมจะถูกประหารชีวิต แต่ไม่พร้อมจะเลิกเคารพศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ฯลฯ เรื่อง “The Day of the Jackal” จึงย่อมไม่ใช่เป็นหนังบู๊ แอคชั่น หนังสืบสวนสอบสวนแบบธรรมดาๆอยู่แล้วแน่ๆ ตั้งแต่การคัดเลือกตัวแสดง ที่ไปคว้าเอานักแสดงอังกฤษ อย่าง “เอ็ดเวิร์ด ฟอกซ์” (Edward Fox)มารับเป็น “เดอะ แจ๊กกัล” นั้น ต้องเรียกว่า…เหมาะเอามากๆ เพราะไม่เพียงแต่บุคลิกแห่งความเป็น “ผู้ดีอังกฤษ” ที่ติดตัวดารารายนี้แบบล้างยังไงก็ล้างไม่ออก “ความเท่” ที่ถูกผสมผสานเอาไว้ด้วย “ความเหี้ยม” แบบชนิดม.ม้าแทบวิ่งตามไม่ทัน จึงทำให้ “นักลอบสังหาร” รายนี้ กลายเป็นทั้ง “พระเอก” และ “ผู้ร้าย” ภายในตัวเดียวกัน ตรงตามบุคลิคลักษณะที่ “เฟรดเดอริค ฟอร์ไซต์” บรรยายเอาไว้ในหนังสือแบบเป๊ะๆๆ…

ตัวละครที่เล่นเป็น “สารวัตรสืบสวนสอบสวน” ชาวฝรั่งเศส หรือสารวัตร “คล๊อด เลเบล” (Claude Lebel) ที่ได้ดาราฝรั่งเศสอย่าง “มิเชล ลอนส์เดล” (Michel Lonsdale)มารับบท ก็เข้าท่าและเข้าถึงแก่นสาระของเรื่องได้อย่างดีเอามากๆ การคลี่คลายคดีวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่แม้แต่ชื่อ เสียง เรียงนาม ของ “นักลอบสังหาร” ก็ยังแทบไม่มีโอกาสรู้ตั้งแต่แรก แต่โดยอาศัยกรรมวิธีแบบไหน อย่างไร ถึงจะค่อยๆถอดระหัส ถอดความ ออกมาได้เป็นขั้นๆ ไปจนถึงการอาศัย “สัญชาติญาณ” ของความเป็นตำรวจ แก้ไขสถานการณ์ในช่วง “วินาทีสุดท้าย” ได้ทันท่วงที ก่อนที่ “กระสุนนัดที่ 2” ของ “เดอะ แจ๊กกัล” จะฝังเข้าไปในกระโหลกของ “ชาร์ล เดอโกลล์” อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้…คงต้องไปดูเอาเอง ถึงจะ “มันซ์ซ์ซ์” ได้แบบถึงน้ำ ถึงเนื้อ หรือถึงจะตอบได้ว่า ทำไมหนังบู๊ แอคชั่น ที่ยิงกันแค่นัด-สองนัด มันถึงได้น่าลุ้น น่าตื่นเต้น ยิ่งกว่าหนังบู๊แอคชั่นยุคหลังๆ ที่ยิงกันจนหมดแมก หมดสตีม แต่ออกไปทาง…งั้นๆ หรือยิ่งดูยิ่ง “เฝือ” หนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะไปขนเอา “คนเหล็ก” “แรมโบ้” ฯลฯลฯ มาไล่ยิงกันตั้งแต่หนุ่มจนแก่นั่นแหละ…

แต่อย่าเผลอไปคว้าเอาหนังเรื่อง “The Jackal” ที่แสดงโดย “บรู๊ซ วิลลิส” กับ “ริชาร์ด เกียร์” อันเป็นหนังรุ่นใหม่ ที่ลอกเลียนพล๊อตเรื่อง โครงเรื่อง มาจาก “The Day of the Jackal” มาดูโดยเด็ดขาด เพราะด้วยเหตุที่ผู้สร้าง ผู้กำกับ มันไม่ได้ “เข้าถึง-เข้าใจ” ต่อเนื้อหา สาระ ของเรื่องราวเหล่านี้แบบจริงๆจังๆ มันเลยหันไปยิงกันสนั่นหวั่นไหว สั่งให้ “บรู๊ซ วิลลิส” เอากระสุนเจาะเกราะ มาระเบิดหัวใครต่อใคร ชนิดมีแต่เอฟเฟค แต่ไม่มีน้ำ มีเนื้อ ไม่ได้มี “แก่นสาระ” ใดๆ แถมไม่ได้หลงเหลือ “ความสมจริง” เอาไว้เลยแม้แต่น้อย เทียบไม่ได้กับ “The Day of the Jackal” เวอร์ชั่นของแท้และดั้งเดิม ที่อาจถือเป็น “หนังคลาสสิค” อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ทำรายได้ตอนออกฉายอย่างเป็นเนื้อ เป็นหนัง ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะเลย จัดเป็นหนังระดับ “โดนใจ” ของผู้ที่ชอบเรื่องราวประเภทนี้ ได้อย่างเต็มปาก เต็มคำ…
———————————————————–

ข่าวน่าสนใจ

Close